
ถอดวิสัยทัศน์ “ศรพล ตุลยะเสถียร” ปั้นกบข.ยุคใหม่ สู่ “ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน”
ศรพล วางยุทธศาสตร์ กบข.ยุคใหม่ ชู 4 แนวทาง ออมเร็ว ออมให้พอ เลือกแผนที่เหมาะสม และใช้เงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน ใช้ DATA-AI ออกแบบการออม ปรับพอร์ตลงทุนรับโลกผันผวน สู่เกษียณมั่นคงยั่งยืน
KEY
POINTS
- ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข. คนใหม่ วางวิสัยทัศน์ “ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน”
- ยกระดับบทบาท กบข. จากผู้บริหารเงินออมสู่ "สถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ"
- เสนอ 4 แนวทางสร้างความพร้อมให้สมาชิก ได้แก่ ออมเร็ว, ออมให้พอ (ส่งเสริมการออมเพิ่ม), เลือกแผนลงทุนที่เหมาะสม และใช้เงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน
- ปรับกลยุทธ์การลงทุนสู่แนวทาง Total Portfolio Approach (TPA) เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่มั่นคงและบริหารความเสี่ยง
- นำเทคโนโลยี Data และ AI มาใช้ยกระดับการลงทุนและทำความเข้าใจสมาชิก เพื่อออกแบบบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น
- เพิ่มทางเลือกให้สมาชิกสามารถ "ออมต่อหลังเกษียณ" เพื่อบริหารเงินก้อนให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการใช้จ่ายตลอดชีวิต
เมื่อข้าราชการไทยออมเงินช้าลง ขณะที่อายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ท่ามกลางโลกการเงินที่ผันผวน กบข. ยุคใหม่ภายใต้การนำของ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” จึงวางยุทธศาสตร์ “ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน" พร้อมใช้ Data และ AI ยกระดับการลงทุน ยกระดับพอร์ตสู่มาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อออกแบบอนาคตหลังเกษียณที่มั่นคงและยั่งยืนให้สมาชิก
การเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. คนที่ 8 ของ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” ไม่ได้มาพร้อมโจทย์เพียงการบริหารเงินกองทุนให้สร้างผลตอบแทนที่ดี แต่เป็นโจทย์ใหญ่กว่านั้น คือ ทำอย่างไรให้สมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนมีเงินพอใช้และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงหลังเกษียณ
ด้วยประสบการณ์จากทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เข้าใจโครงสร้างและกลไกระบบราชการอย่างลึกซึ้ง และโลกตลาดทุน-ภาคการเงินที่มีประสบการณ์บริหารพอร์ตลงทุนขนาดใหญ่ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร จึงนำจุดแข็งจากสองด้านมาต่อยอดเป็นวิสัยทัศน์การทำงานของ กบข. ยุคใหม่
ดร.ศรพลมองว่า กบข.ต้องยกระดับบทบาทจากผู้บริหารออมเงินเพื่อการเกษียณ ไปสู่การเป็น "สถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ" ที่เข้าใจสมาชิกแต่ละคนอย่างรอบด้าน และอยู่เคียงข้างตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรับราชการ ไปจนถึงวันเกษียณและช่วงชีวิตหลังจากนั้น
เริ่มจาก “ฟัง” ก่อนเปลี่ยน
ช่วงเกือบ 2 เดือนแรกของการทำงาน ดร.ศรพลยังไม่ได้เร่งประกาศนโยบายชุดใหญ่ แต่เลือกใช้เวลาไปพบกรรมการ กบข. ทั้ง 25 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานและสมาชิก 14 ประเภท รวมถึงลงพื้นที่ผ่านโครงการ “กบข.สัญจร” เพื่อพูดคุยกับสมาชิกโดยตรง
คำถามที่ต้องการคำตอบจึงไม่ใช่แค่ “สมาชิกมีเงินอยู่เท่าไร” แต่คือ “สมาชิกต้องการอะไรจาก กบข.”
เพราะเมื่อได้ฟังมากขึ้น จึงเห็นชัดว่าปัญหาของสมาชิกไม่ได้มีแค่เรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ยังมีทั้งรายได้ หนี้สิน ค่าใช้จ่าย การออม และการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ
เสียงจากสมาชิกหลายเรื่องยังตรงกับสิ่งที่ กบข.กำลังคิดและเตรียมทำอยู่แล้ว ทำให้ทิศทางใหม่ไม่ได้เริ่มจากการ “คิดแทนสมาชิก” แต่เริ่มจาก “ฟังสมาชิก แล้วนำกลับมาออกแบบบริการ”
เงิน กบข.สำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ตัวเลขที่ กบข.จับตา สะท้อนโจทย์เรื่องเงินเกษียณได้ชัดเจน โดยปี 2569 มีสมาชิกที่จะเกษียณเกือบ 2 หมื่นคน แต่มีเงินออมในบัญชี กบข.เฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ขณะที่ข้าราชการมีหนี้เฉลี่ยราว 1.8 ล้านบาท
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า เงินจาก กบข.มีความสำคัญ แต่ อาจไม่เพียงพอ สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลังเกษียณ การเตรียมเงินจากช่องทางอื่นและการวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน
กบข.จึงหันมามองอีกตัวเลขที่สำคัญกว่า นั่นคือ “หลังเกษียณแล้ว สมาชิกจะมีเงินใช้เดือนละเท่าไร”
โดยใช้เกณฑ์ P75 หรือ เกณฑ์มาตรฐานความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณในระดับ "ดี" (Percentile 75) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมทางการเงิน หากมีรายได้หลังเกษียณประมาณ 37,000 บาทต่อเดือน จะเป็นระดับที่ช่วยให้สมาชิกมีเงินใช้จ่ายและมีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างดี
แต่ปัจจุบันสมาชิกประมาณ 73% ยังมีรายได้หลังเกษียณต่ำกว่าระดับนี้
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของ กบข.ว่า จะทำอย่างไรให้สมาชิกมีเงินใช้หลังเกษียณเพิ่มขึ้น
คำตอบหนึ่งที่เห็นชัดคือ “ออมเพิ่ม”
4 แนวทาง ออมเงินให้พร้อม สู่เกษียณมั่นคง
ดร.ศรพล ได้สรุปแนวทางการสร้างความพร้อมทางการเงินของสมาชิกไว้ผ่าน 4 เรื่อง คือ “ออมเร็ว ออมพอ เลือกแผนที่เหมาะสม และใช้เงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน”
ออมเร็ว
สมาชิก กบข.รุ่นใหม่เริ่มรับราชการช้าลง โดยปัจจุบันอายุเฉลี่ยของสมาชิกเข้าใหม่ขยับจากราว 24 ปีมาอยู่ที่ประมาณ 29 ปี เท่ากับมีเวลาออมและให้เงินลงทุนเติบโตน้อยลง หรือช้าไป 5 ปี ดังนั้นการเริ่มออมตั้งแต่ช่วงแรกของการทำงานจึงสำคัญ เพราะยิ่งมีเวลาให้เงินทำงานนาน โอกาสสร้างเงินก้อนสำหรับวัยเกษียณก็เพิ่มขึ้น
ออมให้พอ
แม้กฎหมายเปิดทางให้สมาชิก กบข. ออมเพิ่มได้สูงสุด 27% เมื่อรวมกับเงินสะสมปกติ 3% เท่ากับสามารถออมได้สูงสุด 30% ของเงินเดือน และยังได้รับเงินสมทบจากรัฐเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันพบว่าในสมาชิก 1.2 ล้านคน ประมาณ 65% ยังไม่ได้ออมเพิ่ม ส่วนสมาชิกที่ออมเพิ่มแล้วราว 35% หรือประมาณ 4 แสนคน
ส่วนใหญ่เพิ่มเพียง 1-3% เท่านั้น ขณะที่อุปสรรคสำคัญคือภาระหนี้ รองลงมาคือ ความกังวลเรื่องความผันผวนของการลงทุน จึงเป็นโจทย์ที่ กบข. ต้องสร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้สมาชิกมากขึ้น
เลือกแผนที่เหมาะสม
สมาชิก กบข. กว่า 1.2 ล้านคน มีทั้งอายุ รายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน คนที่เพิ่งเริ่มทำงานย่อมมีโจทย์ไม่เหมือนคนใกล้เกษียณ ดังนั้นการแนะนำเรื่องการออมและการลงทุนแบบเดียวกันทั้งหมดอาจไม่ตอบโจทย์ กบข. จึงต้องมุ่งทำความเข้าใจสมาชิกให้มากขึ้น เพื่อให้คำแนะนำและทางเลือกเหมาะกับแต่ละคนมากกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบัน กบข. มีแผนการลงทุนให้สมาชิกเลือกตามความสามารถในการรับความเสี่ยง 12 แผน
ใช้เงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน
การเกษียณไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดลงทุน สำหรับสมาชิกที่ต้องการเก็บเงินต่อหลังเกษียณ สามารถเลือกออมต่อได้ กบข. มองว่าควรเปิดทางให้เงินออมยังสามารถทำงานต่อได้อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงทั้งเป้าหมายการใช้เงินและความเสี่ยงของแต่ละคน เพื่อให้สมาชิกมีทางเลือกในการบริหารเงินก้อนหลังเกษียณได้ดีขึ้น
ทั้ง 4 เรื่องจึงเป็นเหมือนเข็มทิศของ กบข. ที่ต้องการช่วยให้สมาชิกเริ่มต้นวางแผนได้เร็วขึ้น ออมได้มากขึ้น และเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง
หลังเกษียณ ไม่ใช่แค่มี “เงินก้อน”
กบข.มองว่าโจทย์ไม่ได้จบเมื่อสมาชิกเกษียณ แต่ยังต้องบริหารทั้งเงินก้อนและรายได้ประจำ จึงต้องเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกที่มีเงินบำนาญและยังมีเงินเหลือ “ออมต่อหลังเกษียณ” ได้อย่างเหมาะสม
แนวคิดนี้ไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนออมต่อ แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้คนที่ต้องการบริหารเงินก้อนให้มีประสิทธิภาพ เพราะหลังเกษียณคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “มีเงินเท่าไร” แต่คือ “จะบริหารอย่างไรให้เงินพอใช้ไปตลอดชีวิต”
ปรับพอร์ต รับมือโลกผันผวน
ปัจจุบันโลกการลงทุนเปลี่ยนเร็วขึ้น ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน เทคโนโลยี และ AI กบข.จึงปรับวิธีคิดจากการเลือกสินทรัพย์รายตัว มามอง “ทั้งพอร์ต” ผ่านแนวทาง Total Portfolio Approach (TPA)
เป้าหมายไม่ใช่แค่หาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด แต่ต้องสร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้เงินของสมาชิกนับล้านคนเติบโตอย่างมั่นคงและรับมือความผันผวนได้
Future Ready พร้อมทั้งองค์กรและสมาชิก
แนวคิด “Future Ready” ไม่ได้หมายถึงแค่การใช้เทคโนโลยี แต่รวมถึงการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และการใช้ข้อมูล เพื่อให้ กบข.เข้าใจและตอบโจทย์สมาชิกได้ตรงขึ้น
เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ผลตอบแทน แต่คือการช่วยสมาชิกตั้งแต่เริ่มรับราชการ ออมเพิ่ม เลือกแผนลงทุน บริหารหนี้ ไปจนถึงเกษียณและบริหารเงินหลังเกษียณ
กบข.กำลังก้าวสู่การเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิก ไม่เพียงบริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่ส่งเสริมให้สมาชิกออมเร็ว ออมเพิ่ม และวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงชีวิต ผ่านการลงทุนอย่างมืออาชีพและความเข้าใจสมาชิกอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน







