
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ จ่อปลดพนักงาน 4,000 ตำแหน่ง ลดต้นทุน สู้ EV จีน
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ (JLR) ค่ายรถหรูสัญชาติอังกฤษ ประกาศเตรียมเลิกจ้างพนักงาน 4,000 ตำแหน่งทั่วโลก สู้ศึกรถ EV จีน กำแพงภาษี
จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ (Jaguar Land Rover: JLR) แบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรีแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เตรียมเลิกจ้างพนักงานจำนวน 4,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของฐานพนักงานทั่วโลก
เพื่อเร่งลดต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางวิกฤตการแข่งขันที่รุนแรงจากค่ายรถยนต์สัญชาติจีน ผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ และแรงกดดันจากกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
เจาะแผนรัดเข็มขัด Tata Motors ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่าย 1.7 พันล้านปอนด์ใน 2 ปี
ทาทา มอเตอร์ส (Tata Motors) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์จากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ JLR เปิดเผยรายละเอียดว่า แผนการปรับโครงสร้างในครั้งนี้มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อลดค่าใช้จ่ายระดับองค์กรลงให้ได้ราว 1.7 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในกรอบระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังตั้งเป้าปรับลดจุดคุ้มทุน ด้านปริมาณการผลิตขององค์กรลงมาอยู่ที่ระดับ 300,000 คัน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงินในระยะยาว
เดินหน้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 5 รุ่น แม้เผชิญมรสุมเศรษฐกิจ
ด้าน PB Balaji ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ JLR ระบุว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน บริษัทยังคงรักษาวิศวกรรมนวัตกรรมและการเติบโต โดยเตรียมเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 5 รุ่น ภายในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า
"อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ"
"ในฐานะส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งนี้ เราจำเป็นต้องปรับลดพนักงานลงประมาณ 4,000 ตำแหน่งทั่วโลกในช่วง 2 ปีนับจากนี้ เราตระหนักดีว่านี่คือข่าวร้ายสำหรับเพื่อนร่วมงานที่ได้รับผลกระทบ และเราขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มที่ด้วยความใส่ใจ เป็นธรรม และให้เกียรติ" — PB Balaji ซีอีโอ JLR กล่าวในแถลงการณ์
ตลาดหุ้นมุมไบขานรับบวก หุ้น Tata Motors วิ่งขึ้น 0.3%
แม้จะมีการประกาศปรับลดขนาดองค์กร แต่ปฏิกิริยาจากฝั่งนักลงทุนกลับเป็นไปในทิศทางบวก โดยหุ้นของ Tata Motors ในตลาดหลักทรัพย์มุมไบ (BSE/NSE) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ในการซื้อขายวันจันทร์
ส่งผลให้ภาพรวมผลตอบแทนของราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date: YTD) ปรับตัวขึ้นไปแล้วกว่า 10% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแผนฟื้นฟูกำไรและควบคุมต้นทุนของกลุ่มทุนอินเดีย
รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธ "อุ้มกิจการ" เตรียมหารือเยียวยาแรงงาน
การประกาศใช้มาตรการรัดเข็มขัดของ JLR นับเป็นบททดสอบทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญสำหรับรัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แอนดี้ เบิร์นแฮม สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงมรสุมที่อุตสาหกรรมรถยนต์หรูของอังกฤษกำลังเผชิญอย่างหนัก หลังจากค่ายรถชื่อดังอย่าง แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) และ เบนท์ลีย์ (Bentley) ต่างต้องทยอยงัดมาตรการควบคุมต้นทุนออกมาใช้ก่อนหน้านี้
ขณะที่โจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษ ออกมายืนยันจุดยืนชัดเจนว่ารัฐบาลจะไม่มีการนำงบประมาณไปอุ้มกิจการของภาคเอกชนอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ เรย์โนลด์สมีกำหนดเตรียมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ JLR เพื่อประเมินสถานการณ์และร่วมหาแนวทางบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มพนักงานต่อไป
มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหราชอาณาจักร
โฆษกรัฐบาลอังกฤษระบุผ่านแถลงการณ์ทางอีเมลถึงสำนักข่าว CNBC โดยแสดงความห่วงใยต่อพนักงานและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำว่าภาครัฐได้สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านงบประมาณและนโยบายเชิงรุก ได้แก่
- ลดต้นทุนพลังงาน: การปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับโรงงานและฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ
- เงินทุนวิจัยและพัฒนา (R&D): การอัดฉีดงบประมาณมูลค่ากว่า 4 พันล้านปอนด์ เพื่อเร่งพัฒนายานยนต์ไร้มลพิษ (Zero-emission vehicles)
- กระตุ้นตลาด EV: จัดสรรเม็ดเงินอุดหนุนกว่า 2 พันล้านปอนด์ เพื่อสนับสนุนให้ภาคประชาชนเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม กระแสการลดขนาดองค์กรไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่กำลังลุกลามเป็นวงกว้างไปทั่วยุโรป โดยมีแรงกดดันสำคัญจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดจนการรุกทำตลาดอย่างหนักหน่วงของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน







