
รัฐบาลแจง “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลด 17 หมวด กว่า 800 สาขา
รัฐบาลเปิดรายละเอียดมหกรรม “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลดราคาสินค้าจำเป็น 17 หมวด ผ่านร้านค้าท้องถิ่นกว่า 135 ราย กว่า 800 สาขา วันที่ 1–15 ส.ค. 2569
KEY
POINTS
- รัฐบาลจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค. 69 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ
- นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคาพิเศษรวม 17 หมวดหมู่
- สามารถซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าส่งและค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ
รัฐบาลเปิดรายละเอียดมหกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ x Local Low Cost” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–15 สิงหาคม 2569 โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น 17 หมวด มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ผ่านร้านค้าส่งและค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 135 ราย รวมกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลประกาศจัดโครงการดังกล่าว มีประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมากเกี่ยวกับรายการสินค้าที่ร่วมลดราคาและจุดจำหน่าย รัฐบาลจึงชี้แจงรายละเอียดเพื่อให้ประชาชนวางแผนจับจ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น
สินค้าที่เข้าร่วมโครงการแบ่งเป็นสินค้าบริโภค 8 หมวด ได้แก่ ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช ซีอิ๊วและเครื่องปรุง น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และกาแฟ
ส่วนสินค้าอุปโภคมี 9 หมวด ได้แก่ แชมพูและครีมนวดผม สบู่และครีมอาบน้ำ ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน กระดาษทิชชู่ ตลอดจนผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่
ภายในงานมีสินค้าแบรนด์ที่ประชาชนคุ้นเคยเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ ข้าวตราฉัตร มาม่า ปลากระป๋องสามแม่ครัว เนสกาแฟ ซันซิล คอลเกต โอโม่ ดาวน์นี่ ไลปอนเอฟ และโซฟี
ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษได้ที่ร้านค้าท้องถิ่นซึ่งเข้าร่วมโครงการ เช่น แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จังหวัดลำพูน ธนพิริยะ จังหวัดเชียงราย ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จังหวัดอุดรธานี เกียรติสินโฮลเซล จังหวัดขอนแก่น ไชยแสงดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จังหวัดสิงห์บุรี บิ๊กเต้ จังหวัดปทุมธานี ซุปเปอร์ชีป จังหวัดภูเก็ต และเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ จังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในแต่ละจังหวัดได้จากประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสังเกตสัญลักษณ์ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” บริเวณจุดจำหน่าย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ และผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อส่งต่อสินค้าจำเป็นในราคาพิเศษ ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือน พร้อมสร้างโอกาสทางการค้าและกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในเศรษฐกิจฐานราก
อย่างไรก็ตาม รายการสินค้าและส่วนลดอาจแตกต่างกันในแต่ละร้าน ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าคงคลัง ประชาชนจึงควรตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดจำหน่ายอีกครั้ง
:::







