posttoday
สรุปประเด็นสหรัฐฯ ไต่สวนไทย 'มาตรา 301' เรื่องอะไร รัฐเตรียมรับมืออย่างไร

สรุปประเด็นสหรัฐฯ ไต่สวนไทย 'มาตรา 301' เรื่องอะไร รัฐเตรียมรับมืออย่างไร

24 กรกฎาคม 2569

สรุปประเด็นสหรัฐฯ ไต่สวนไทย 'มาตรา 301' เรื่องอะไรบ้าง? พาณิชย์ ชี้แจงทุกข้อ กางแผนรับมือ และการดำเนินงานในระยะต่อไป สร้างความร่วมมือรัฐ-เอกชน ยกระดับกฏหมาย

หลังสหรัฐฯ เดินหน้าใช้มาตรา 301 ตรวจสอบนโยบายการค้าของหลายประเทศ รวมถึงไทย และประกาศมาตรการภาษีใหม่ ทำให้หลายฝ่ายจับตาผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย 

 

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเร่งยกระดับกฎหมายและมาตรการด้านแรงงาน รวมถึงเดินหน้าเจรจาข้อตกลง ART เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

สหรัฐฯ ไต่สวนไทย (มาตรา 301) คืออะไร และต้องรับมืออย่างไร?

 

  • มาตรา 301 คืออะไร? 

 

คือ กฎหมายที่สหรัฐฯ ใช้สำหรับการตอบโต้ประเทศคู่ค้า ที่มีนโยบายหรือพฤติกรรม ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เอาเปรียบ หรือเป็นการะต่อการค้าสหรัฐฯ โดยหากไต่สวนแล้วพบว่าจริง จะดำเนินการเก็บภาษีสินค้าจากประเทศนั้นสูงขึ้นกว่าปกติ

 

2 ประเด็นสำคัญที่ ประเทศไทยถูกไต่สวน

 

1.กฎหมายที่ป้องกันการนำเข้า สินค้าที่มาจากแรงงานบังคับ (Forced Labor Import ban )

  • มี 60 ประเทศที่ถูกไต่สวน ได้แก่ ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ (รวมไทย)
  • ซึ่งกล่าวหาว่าไทยไม่มีมาตรการห้าม นำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ที่มีประสิทธิภาพ

 

2.กำลังการผลิตเหลือเยอะ (Structural Excess Capacity)

  • มี 16 ประเทศที่ถูกไต่สวน คือ ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ (รวมไทย)
  • กล่าวหาว่าไทยอาจ มีการผลิตสินค้าเกินความต้องการ ใน 3 กลุ่มหลัก คือ ยานยนต์ ชิ้นส่วน, เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์, ผลิตภัณฑ์ยาง
  • ยังไม่ประกาศผลการไต่สวน

 

สิ่งที่ไทยชี้แจงไป

 

ประเทศไทยได้ยื่นข้อมูลโต้แย้งและยืนยันข้อเท็จจริงต่อสหรัฐฯ (USTR)

 

ด้านแรงงาน : ยืนยันสินค้าไทยปลอดแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่การผลิต เร่งออกกฎหมายส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (HRDD LAW) ที่มีความเข้มงวด และตั้ง "คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มี ความเสี่ยงจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ" เพื่อป้องกันสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับ

 

ด้านการใช้กำลังผลิต : กำลังการผลิตจริงอยู่ในระดับสูง (70-95%) ยืนยันไม่ใช่ภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน อีกทั้งสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของโลกและสหรัฐฯ

 

ด้านการผลิต : ไทยไม่มีนโยบายอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาด และมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดสอดคล้องกับ หลักการขององค์การการค้าโลก (WTO)

 

ผลการไต่สวนตามมาตรา 301

 

ข้อหาไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับที่มีประสิทธิภาพ (Forced Labor Import ban ) โดย 4 กลุ่มอัตราภาษี มีผลใช้บังคับ 24 กรกฎาคม 2569 (เวลาสหรัฐ) เป็นต้นไป ซึ่ง อัตราภาษีที่ 10% ที่สหรัฐฯเก็บคู่ค้าภายใต้มาตรา 122 หมดอายุลงในวันที่ 24 กรกฎาคม 69

 

10% รวม MFN (Most Favoured Nation) หรือ อัตราภาษีนำเข้าพื้นฐาน ที่ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เรียกเก็บจากประเทศสมาชิกอื่นโดยไม่เลือกปฏิบัติ

  • สหภาพยุโรป และไต้หวัน
  • หากอัตรา MFN เดิม ต่ำกว่า 10% จะเก็บเพิ่มเฉพาะส่วนต่าง ให้รวมเป็น 10%
  • หาก MFN เดิม > 10% จะไม่เก็บเพิ่ม

 

10% + MFN

  • 17 ประเทศ เช่น อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา และสวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย แม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา สหราชอาณาจักร ตรินิแดดและโตเบโก
  • เก็บภาษีเพิ่ม 10% บวกกับอัตรา MFN เดิม

 

12.5% รวม MFN

  • ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ 
  • หากอัตรา MFN เดิม ต่ำกว่า 12.5% จะเก็บเพิ่มเฉพาะส่วนต่าง ให้รวมเป็น 12.5%
  • หาก MFN เดิม > 12.5% จะไม่เก็บเพิ่ม

 

12.5% + MFN

  • ไทย จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์
  • เสียภาษีเพิ่ม 12.5% บวกอัตรา MFN เดิม

 

สินค้าไทยที่ได้รับการยกเว้น

 

ครอบคลุมสินค้า 2,120 รายการ เพิ่มขึ้นจากเดิม 471 รายการ อาทิ

 

กลุ่มสินค้าเกษตร และอาหาร

  • ยางธรรมชาติ
  • แป้งมันสำปะหลัง
  • สับปะรดสดและแปรรูป
  • ผลไม้สดและแห้ง
  • มะพร้าวสด น้ำมะพร้าว
  • น้ำตาล บางรายการ
  • วัตถุดิบอาหารสัตว์ และเมล็ดพันธุ์

 

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์

  • วงจรรวม
  • แผงวงจร
  • หน่วยเก็บข้อมูล (HDD)
  • อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล
  • อุปกรณ์ผลิต
  • เซมิคอนดักเตอร์

 

สินค้าอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ

  • ปุ๋ย
  • วัตถุดิบยาฆ่าแมลง
  • หนังสัตว์
  • ผลิตภัณฑ์ไม้
  • เหล็กหล่อ และเศษโลหะ

 

อากาศยานและการ แพทย์

  • ชื้นส่วน
  • อากาศยาน
  • ยา และส่วนประกอบของยา

 

สินค้าอื่นๆ อาทิ

  • เสื้อผ้าใช้แล้ว
  • งานศิลปะ
  • ของสะสม และโบราณวัตถุ

 

รอผลการไต่สวน

 

ข้อหามีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity)

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า อนาคตอันใกล้ อัตราภาษี ขึ้นอยู่ว่าไทยสามารถยอมรับข้อ เรียกร้องของสหรัฐฯ ภายใต้ ART ได้มากน้อยแค่ไหน

 

ซึ่ง ART (Agreement on Reciprocal Trade) ไม่ใช่ FTA ที่เจรจาเพื่อเปิดเสรีระหว่างกัน แต่เป็นข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เพื่อปรับ สมดุลการค้ากับสหรัฐฯ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

 

แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป

 

1.เร่งสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน (ART) เพื่อได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

 

2.ยกระดับกฎหมาย เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (HRDD Bill) และมาตรการป้องกันการนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ

 

3.สร้างความร่วมมือรัฐ-เอกชน ตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย

 

4.ดูแล เยียวยา และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

 

กสิกรไทยมอง มาตรา 301 ยังไม่กระทบภาพธุรกิจมาก

 

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ภาษีนำเข้า Section 301 จากประเด็น Forced Labor ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพผลต่อธุรกิจไปจากเดิมที่โดน Section 122 อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ สินค้ากลุ่มที่โดน Section 232 และที่เดิมได้รับยกเว้นภาษี ในรอบนี้ก็ยังไม่ได้เข้าข่ายโดน

 

ดังนั้น ผลต่อธุรกิจ จาก Section 301 ในประเด็น Forced Labor คงจะแตกต่างกันในประเภทสินค้า ดังนี้

      

กลุ่มที่ยังมีความได้เปรียบด้านราคา แม้ไทยจะพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง แต่ราคาที่สหรัฐฯ นำเข้าต่อหน่วย หลังรวมภาษีแล้ว ยังต่ำกว่าคู่แข่งหลัก เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องประดับเงิน ทูน่ากระป๋อง และเครื่องซักผ้า

       

กลุ่มที่ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง นอกจากจะพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง และราคาที่สหรัฐฯ นำเข้าต่อหน่วยหลังรวมภาษีแล้ว ยังสูงกว่าคู่แข่งหลัก เช่น เครื่องจักร อาหารสัตว์เลี้ยง ข้าว และกุ้งแปรรูป (ไม่รวมกุ้งกระป๋อง)

 

อย่างไรก็ดี แม้บางธุรกิจจะเผชิญความเสี่ยงจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ลดลง แต่อาจมีปัจจัยหนุนเฉพาะที่ทำให้สินค้ายังสามารถแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยเน้นผลิตและส่งออกสินค้าที่มีคุณภาพ (Premium Product) รวมถึงสินค้าที่เกาะไปกับเทรนด์โลก หรือเครื่องจักร ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ คาดยังเติบโตได้ จากการที่มีผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก

 

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการเก็บภาษีนำเข้า Section 301 ในประเด็น Structural Excess Capacity เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจต้องเร่งยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน และความโปร่งใส่ของห่วงโซ่อุปทานให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability)

 

 

ข่าวล่าสุด

เจาะสเต็ปต่อไป! ได้ SMS ‘บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์’ แล้วทำไงต่อ? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง

เจาะสเต็ปต่อไป! ได้ SMS ‘บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์’ แล้วทำไงต่อ? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง