
เจาะสเต็ปต่อไป! ได้ SMS ‘บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์’ แล้วทำไงต่อ? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง
ได้ SMS ‘บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์’ แล้วทำไงต่อ? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ตั้งแต่การตรวจเครดิตบูโร การเตรียมเอกสารรายได้เพื่อยื่น Pre-Approval กับธนาคาร การคำนวณต้นทุนแฝงวันโอน ไปจนถึงขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านยุคดิจิทัล
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ในยุคที่รายได้เติบโตไม่ทันราคาบ้าน โครงการ "บ้านชาวไทย" จากบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จึงเข้ามาพลิกโฉมวงการและช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
ประเดิมด้วยโครงการนำร่องอย่าง D:CODE ศรีนครินทร์ ที่ผนึกกำลังกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยสินเชื่อแบบ 100% LTV ให้ผู้ซื้อกู้ได้เต็มจำนวนโดยไม่ต้องควักเงินดาวน์
หลังเปิดตัวโครงการ กระแสตอบรับถือว่าแรงทะลุเป้า ยอดจองพุ่งสูงกว่าจำนวนยูนิตที่มีถึง 3 เท่า ล่าสุดผู้ได้สิทธิ์รอบแรกทยอยยืนยันสิทธิ์กันไปแล้วกว่า 50% ส่วนโควตาของผู้ที่สละสิทธิ์ ทีมงานกำลังเร่งติดต่อผู้ได้สิทธิ์สำรองลำดับที่ 2 และ 3 ให้เข้ามารับช่วงต่อทันที
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าช่วงเวลานี้คือ "โอกาสทอง" ของคนอยากมีบ้านอย่างแท้จริง เพราะหากพลาดรอบนี้ มูลค่าของโครงการบนทำเลศักยภาพอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัวในอนาคต
สำหรับผู้ที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการรับโอนกรรมสิทธิ์และได้โฉนดมาครอบครองอย่างสมบูรณ์ ผู้ซื้อยังต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องวินัยทางการเงินและการเตรียมเอกสารให้รัดกุม
Posttoday ขอพาว่าที่เจ้าของบ้านทุกคนไปเจาะลึกวิธีเตรียมความพร้อมในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
เช็กลิสต์เอกสารสำคัญรอบคัดกรองเบื้องต้น (Pre-Approval)
ผู้ที่ได้รับ SMS ควรทราบว่าจุดนี้คือด่านแรกของการเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเบื้องต้นกับ ธอส. หากพลาดขั้นตอนนี้ โครงการจะเรียกผู้มีสิทธิ์สำรองลำดับถัดไปแทนทันที ดังนั้น เพื่อให้การประเมินเครดิตผ่านฉลุย ผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสาร 3 หมวดหลัก ดังนี้
1.รายงานข้อมูลเครดิต (National Credit Bureau - NCB) ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินวินัยทางการเงิน ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องนำ SMS พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง ไปยื่นขอรายงานที่ศูนย์ตรวจข้อมูลเครดิตแห่งชาติใน 3 สาขาที่กำหนด (โครงการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้)
หลังจากเจ้าหน้าที่นำเอกสารบรรจุลงซองและปิดผนึกเรียบร้อยแล้ว ห้ามผู้กู้เปิด ถ่ายภาพ หรือทำสำเนาโดยเด็ดขาด หากซองมีร่องรอยการแกะหรือชำรุด ธนาคารจะปฏิเสธการรับเอกสารทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ขั้นสูงสุด
2. เอกสารยืนยันรายได้ (Income Verification) ธนาคารจะนำข้อมูลส่วนนี้ไปคำนวณสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR)
- พนักงานประจำ: เตรียมสลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด
- อาชีพอิสระหรือธุรกิจส่วนตัว: เตรียมรายการเดินบัญชี (Bank Statement) จากบัญชีหลักย้อนหลัง 6 เดือน กรณีดาวน์โหลดเป็น e-Statement เอกสารจะต้องแสดงชื่อ-นามสกุลชัดเจนและต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า
ข้อควรระวังคือหากรายการเดินบัญชีสะท้อนรายรับที่ไม่สม่ำเสมอ ธนาคารจะประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที
3. เอกสารยืนยันตัวตน (Identification Documents) ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุจำนวน 1 ฉบับ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
ผู้ยื่นเอกสารต้องขีดฆ่าเพื่อปิดบังข้อมูล "ศาสนา" "เชื้อชาติ" และ "หมู่เลือด" พร้อมเซ็นชื่อกำกับจุดที่ขีดฆ่าให้เรียบร้อย และไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาด้านหลังบัตรประชาชน เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด
สแกน ‘ต้นทุนแฝง’ และความคุ้มค่าที่ได้คืน
คนซื้อบ้านครั้งแรกมักมองแค่ราคาห้อง จนลืมคำนวณ "ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง" และ "เงินกองทุน" โครงการระดับ 4,000 กว่ายูนิต ย่อมมีต้นทุนการบริหารจัดการสูง ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นประเมินค่าส่วนกลางไว้ที่ 35-40 บาท/ตร.ม./เดือน
ซึ่งตามปกติแล้ว ทางโครงการจะเรียกเก็บล่วงหน้า 12-24 เดือนในวันโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมกับเงินกองทุนส่วนกลาง (Sinking Fund) ที่เรียกเก็บเพียงครั้งเดียวอีกประมาณ 300-500 บาทต่อตารางเมตร
ลองคำนวณสำหรับห้องชุดขนาด 30 ตารางเมตร
- ค่าส่วนกลาง (40 บาท x 30 ตร.ม.) = 1,200 บาท/เดือน
- ชำระล่วงหน้า 1 ปี = 14,400 บาท
- เงินกองทุน (สมมติฐาน 500 บาท/ตร.ม.) = 15,000 บาท
- สรุปคือ ว่าที่เจ้าของบ้านต้องกำเงินสดเตรียมไว้เบื้องต้นประมาณ 29,400 บาท ในวันโอน
แต่สำหรับโครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ ทางโครงการได้เข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนเรื่อง "ต้นทุนแฝงหลังการโอน" เพื่อลดภาระของผู้ซื้อที่มักจะต้องหันไปพึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยสูงเพื่อนำมาตกแต่งบ้าน
โดยมอบห้องชุดที่มาพร้อมแพ็กเกจเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบครบวงจรถึง 21-22 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่เตียง ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ไปจนถึงเครื่องปรับอากาศ ทีวี และตู้เย็น ซึ่งกลยุทธ์นี้นอกจากจะช่วยผู้ซื้อเซฟเงินก้อนในกระเป๋าได้อย่างตรงจุดแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าหลักประกัน (Collateral Value) ในการประเมินของธนาคารให้สูงขึ้นได้อีกด้วย
คู่มือย้ายทะเบียนบ้านยุคดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องรอนาน
เมื่อได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ (อ.ช.2) สัญญาซื้อขาย (อ.ช.23 / ท.ด.13) และสมุดทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) เรียบร้อยแล้ว กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่ภายใน 15 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ โดยในปัจจุบันสามารถเลือกดำเนินการได้ 2 ช่องทางหลัก ดังนี้
1. ดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานเขต
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดการเอกสารให้จบในคราวเดียว โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)
- ทะเบียนบ้าน ของห้องหรือบ้านหลังใหม่
- หนังสือสัญญาซื้อขาย สำหรับใช้ยืนยันกรรมสิทธิ์และตั้งตนเป็นเจ้าบ้าน
- ใบแจ้งย้าย (ท.ร.6)
เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถนำไปยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ (เช่น สำนักงานเขตประเวศ) หรือสำนักงานเขตใดก็ได้ที่สะดวก
2. ย้ายปลายทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID
กรมการปกครองอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถย้ายทะเบียนบ้านปลายทางผ่านระบบออนไลน์ (BORA Web Portal) ได้ด้วยตัวเอง ช่องทางนี้จะสะดวกที่สุดในกรณีที่บ้านหรือห้องพักนั้นมี "เจ้าบ้าน" อยู่แล้ว ซึ่งเจ้าบ้านสามารถกดกดยืนยันรับคนเข้าบ้านผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที
*สำหรับคอนโดมิเนียมมือหนึ่งที่เพิ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้ออาจยังจำเป็นต้องเดินทางไปแสดงตัวพร้อมยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเขตด้วยตนเองในครั้งแรกก่อน*
ทั้งนี้ การเป็น "เจ้าของบ้าน" อย่างแท้จริง ไม่ได้จบแค่การเซ็นสัญญาและรับกุญแจ แต่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องเอกสาร วินัยทางการเงิน และความเข้าใจกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของบ้านที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น ก้าวต่อไปสำหรับว่าที่เจ้าของบ้านคือการรักษาสิทธิ์และวางแผนจัดการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ เพื่อให้คำว่า "บ้านของเรา" เป็นรากฐานความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน







