
เผยผลผลิตอุตฯธ.ค.52 เพิ่ม30.7%
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.52 พุ่ง 30.7% ผลจากอุตฯฮาร์ดดิสไดร์ฟ ยานยนต์ น้ำตาล เหล็ก ขยายตัวสูงขึ้น ตามภาวะตลาดโลกที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.52 พุ่ง 30.7% ผลจากอุตฯฮาร์ดดิสไดร์ฟ ยานยนต์ น้ำตาล เหล็ก ขยายตัวสูงขึ้น ตามภาวะตลาดโลกที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น
นายสมชาย หาญหิรัญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมประจำเดือนธ.ค. 2552 อยู่ที่ระดับ 194.66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 61.3% แต่หากพิจารณาตัวเลขเฉลี่ยทั้งปี 2552 ดัชนีอุตสาหกรรมยังคงติดลบ 7.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ สศอ.เคยคาดการณ์ไว้คือติดลบ 8-9% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจของทั่วโลกเริ่มเห็นผล ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูงขึ้นส่งผลต่อการขยายกำลังการผลิต หลังจากได้รับคำสั่งซื้อกลับเข้ามา
รวมทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล มีความชัดเจนมากขึ้น จึงทำให้ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นสูง โดยอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลต่อการขยายตัวของดัชนีอุตสาหกรรมประกอบด้วย อุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟ ยานยนต์ น้ำตาล และอุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก
สำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดิสไดร์ฟการผลิตและจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 91.4% และ 68.1% ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมีคำสั่งซื้อล่วงหน้ากลับเข้ามา และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากประเทศคู่ค้าหลักมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก สามารถรับคำสั่งซื้อคราวละมากๆและส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด
ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตและจำหน่ายขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.5%และ 26.5% ตามลำดับ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น อีกทั้งช่วงปลายปีค่ายรถต่างออกมาตรการกระตุ้นตลาด หลากหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้น รวมทั้งตลาดส่งออกกลับมาคึกคัก ซึ่งยอดการจำหน่ายรถกระบะขนาด 1 ตัน เพิ่มขึ้น 23.9% ขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.1% โดยในปี 2552 ปริมาณการผลิตรถยนต์รวม 9.99 แสน เป็นการผลิตรถยนต์นั่ง 3.13 แสนคัน รถกระบะ 6.7 แสนคัน มียอดขายในประเทศ 5.48 แสนคัน ส่งออก 5.35 แสนคัน
อุตสาหกรรมน้ำตาล การผลิตน้ำตาลโดยรวมอยู่ที่ 1.48 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 36.5% ซึ่งแบ่งเป็น น้ำตาลทรายดิบ 1.02 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 31.8% น้ำตาลทรายขาว 4.57 แสนตัน เพิ่มขึ้น 46.1% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบจำนวน 16.6ล้านตัน เพิ่มขึ้น 35.7% โดยฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 เกษตรกรมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น และทิศทางราคาน้ำตาลโลกปีนี้ค่อนข้างดี ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตอ้อยจำนวน 74.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากฤดูการผลิต 2551/2552 คิดเป็น 11.6%
ขณะที่การผลิตเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก การผลิตและจำหน่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น 58.1% และ 50.7% ตามลำดับ เนื่องการปรับตัวที่ดีของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นต่างๆภายในประเทศ ทำให้มีความต้องการเหล็กในอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มปี 2553 คาดว่าจะมีการขยายตัวได้ดีในทุกผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐในโครงการไทยเข้มแข็ง







