posttoday
คาดอุตฯเสี้ยงสัตว์ปีนี้ทรงตัว

คาดอุตฯเสี้ยงสัตว์ปีนี้ทรงตัว

27 มกราคม 2553

เอกชนคาดอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ไทยโตแบบทรงตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ คาดส่งออกเนื้อสัตว์ขยายตัว 5-10 %

เอกชนคาดอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ไทยโตแบบทรงตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ คาดส่งออกเนื้อสัตว์ขยายตัว 5-10 %

นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล   ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  เปิดเผยในงานเสวนา เรื่อง “อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ จะรุ่งโรจน์หรือร่วงโรย  ว่า ทิศทางอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในปี 2553  มีอัตราการเติบโตแบบทรงตัวใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ โดยปัจจัยต้นทุนอาหารสัตว์ยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากจนมีผลต่อต้นทุนการเลี้ยงสัตว ซึ่งทำให้การส่งออกเนื้อสัตว์ในปีนี้จะขยายตัว 5-10% จากมูลค่าการส่งออกรวม 1.5 แสนล้านบาท

นายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวว่า    การรส่งออกเนื้อสัตว์ ทั้งไก่ โคเนื้อและ สุกร  น่าจะใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) มาเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดส่งออกของไทย   โดยเฉพาะการส่งออกโคเนื้อ สุกร  ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการ   แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลจากอาฟต้าก็ส่งผลกระทบกับพืชเกษตรบางประเภทเนื่องจากไม่มีการกำหนดโควต้า   ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการช่วยเหลือจากเงินกองทุนปรับโครงสร้างการเกษตรมาดูแล

สำหรับการส่งออกไก่เนื้อปีนี้มีน่าจะอยู่ที่ 4 แสนตัน  เน้นสินค้าประเภทไก่สุก เป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับปีก่อน   ในขณะที่ปริมาณไข่ไก่ ที่จะออกสู่ตลาดปีน่าจะอยู่ที่  1 หมื่นล้านฟอง  ซึ่งเป็นปริมาณที่เกินความต้องการทุกๆปี ดังนั้นรัฐจึงมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น   หรือบางช่วงก็อาจมีการส่งออกไปบ้าง  ส่วนทางการเลี้ยงสุกร ปี  2553  จะมีจำนวนสุกร อยู่ที่ 12 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4 %    สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้นเพราะประชาชนจะมีรายได้ที่ดีมีกำลังบริโภคเนื้อสุกรได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของชาวนา และชาวไร่

นายเสรี    เด่นวรลักษณ์     นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย    กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังในปี 2553  ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งของอาหารสัตว์ นั้น คาดว่าจะมีปริมาณหัวมันลดลง เหลือ  22  ล้านตัน/ปี จากปีก่อนี่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30 ล้านตัน/ปี   ส่งผลให้ราคาหัวมันปีนี้อยู่ที่ประมาณ  2-2.30  บาท/ก.ก.ม  ซึ่งเป็นราคาที่ดีกับเกษตรกร แม้ว่ากำลังการผลิตจะลดลงแต่จะไม่มีปัญหาจนถึงขั้นขาดแคลนเนื่องจากมีปริมาณสต๊อกมันฯของปีที่แล้วมาชดเชยปริมาณความต้องการได้อย่างเพียงพอ 

สำหรับปริมาณการใช้มันสำปะหลังในปีนี้ จำนวน 22 ล้านตัน แยกเป็นมันเส้นและมันอัดเม็ด 11  ล้านตัน  แป้งมันสำปะหลัง 15 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตเอทานอล ซึ่งในปีนี้กำลังการผลิตเอทานอลจะมีจำนวน 3 ล้านลิตร/วัน ซึ่งมากกว่าปีก่อนที่มีการผลิตเอทานอลอยู่ที่ 1 ล้านตัน /วัน  อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแม้กำลังการผลิตมันฯปีนี้จะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่จะไม่มีปัญหากรณีการแย่งพืชวัตถุดิบระหว่างการบริโภคและพืชพลังงาน  เนื่องจากการผลิตเอทานอลยังมีพืชชนิดอื่นที่สามารถผลิตได้ เช่นกากน้ำตาล(โมลาส)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน