
ออมสินจับมือ 10 บลจ. เปิดทางเลือกการออม-ลงทุนให้ลูกค้า ชูผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ
ออมสินผนึก 10 บลจ.ชั้นนำ เปิดขายกองทุนผ่าน 1,032 สาขาทั่วประเทศ หวังให้คนไทยออมและลงทุนมากขึ้น ชนะเงินเฟ้อ พร้อมรับค่าธรรมเนียมแต่ไม่ตั้งเป้ารายได้เป็นตัวชี้วัด
KEY
POINTS
- ธนาคารออมสินร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำ 10 แห่ง เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ลูกค้า
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งการฝากเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
- ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่หลากหลายได้ผ่านสาขาของธนาคารออมสินกว่า 1,032 แห่งทั่วประเทศ
ธนาคารออมสินเดินหน้าปรับบทบาทจาก "ธนาคารเพื่อการออม" สู่การเป็นผู้ช่วยวางแผนการเงินให้คนไทยมากขึ้น ล่าสุดประกาศจับมือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำ 10 แห่ง เปิดตัวโครงการ “ออมสิน The Selected” เปิดช่องทางให้ลูกค้ากว่า 26 ล้านราย เข้าถึงการออม และการลงทุนผ่านสาขาออมสินทั่วประเทศกว่า 1,032 แห่ง หวังเพิ่มทางเลือกการออมที่ให้ผลตอบแทนเหนือเงินเฟ้อ และสร้างวินัยทางการเงินระยะยาว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 113 ปีของธนาคาร ออมสินต้องการยกระดับการออมของคนไทยให้ก้าวไปไกลกว่าการฝากเงินหรือซื้อสลากออมสินเพียงอย่างเดียว เพราะในโลกการเงินปัจจุบัน "การออม" ไม่ได้หมายถึงการฝากเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ออมสินเปิดพื้นที่ให้ บลจ.ถึง 10 แห่ง เข้ามานำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนผ่านเครือข่ายของธนาคาร ประกอบด้วย บลจ.กสิกรไทย, บลจ.กรุงไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.กรุงศรี, บลจ.เอ็มเอฟซี, บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย), บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย), บลจ.พรินซิเพิล, บลจ.วรรณ และบลจ.แอสเซท พลัส
นายทรงพล กล่าวว่า แต่ละ บลจ.มีจุดแข็งแตกต่างกัน ทั้งกองทุนหุ้นไทย กองทุนต่างประเทศ กองทุนผสม หรือสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสเลือกลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น ภายใต้การดูแลของผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ
"วันนี้ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติของโลก ตั้งแต่โควิด-19 สงคราม ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ไปจนถึงราคาน้ำมันที่ยังผันผวน การลงทุนจึงยากขึ้นกว่าเดิม การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารจัดการเงินลงทุนจึงมีความสำคัญมากขึ้น" นายทรงพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ออมสินย้ำว่าไม่ได้ต้องการชักชวนให้ประชาชนนำเงินทั้งหมดไปลงทุน แต่ต้องการส่งเสริมการกระจายการออมให้เหมาะสม เพราะการฝากเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ ขณะที่การนำเงินทั้งหมดไปลงทุนก็อาจมีความเสี่ยงสูงเกินไป
"เราไม่อยากให้ใส่ไข่ทุกใบไว้ในตะกร้าเดียว เพราะการฝากเงิน 100% อาจสู้เงินเฟ้อไม่ได้ เนื่องจากผลตอบแทนจากเงินฝากอาจเติบโตไม่ทันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่การนำเงินทั้งหมดไปลงทุนก็มีความเสี่ยงมากเกินไป สิ่งสำคัญคือการจัดสรรเงินออมและการลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ และรักษามูลค่าของเงินหรือกำลังซื้อในอนาคตเอาไว้ให้ได้"
นายทรงพล ยังระบุว่า ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าออมสินที่ลงทุนในกองทุนรวมยังมีไม่ถึง 10% ของฐานลูกค้าทั้งหมด จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ
สำหรับข้อกังวลว่า การเปิดขายกองทุนจะกระทบต่อเงินฝากและสลากออมสินหรือไม่ นายทรงพล มองว่า เงินออมของประชาชนไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ควรแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยและวัตถุประสงค์ทางการเงิน
"เป้าหมายของเราไม่ใช่แย่งเงินฝากหรือสลาก แต่คือทำให้คนไทยออมและลงทุนมากขึ้น ใช้น้อยลง และมีวินัยทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากธนาคารมองภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้น คือการบริหารจัดการ กระแสเงินสด ของประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด "
ส่วนประเด็นรายได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายกองทุน นายทรงพล ยอมรับว่า ธนาคารจะได้รับค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุนเช่นเดียวกับช่องทางจำหน่ายทั่วไป แต่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายด้านรายได้ไว้สูง หรือใช้ตัวเลขค่าธรรมเนียมเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
"เรามีรายได้ค่าธรรมเนียมจริง แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก รายได้ส่วนนี้ไม่ได้มากนัก สิ่งที่สำคัญกว่าคือทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนที่เหมาะสม และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพื่อรักษามูลค่าเงินออมของตัวเองในระยะยาว"
นายทรงพล ย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะมาพร้อมการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในสาขา เพื่อให้มีผู้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมคัดเลือก บลจ.ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน
"ไม่มีการลงทุนใดที่การันตีว่าจะไม่ขาดทุน แต่การมีความรู้ มีที่ปรึกษาที่ดี และเลือกลงทุนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คนไทยมีโอกาสเอาชนะเงินเฟ้อและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้มากขึ้น" นายทรงพล กล่าว







