
คลังเคลียร์ปม ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส ไม่เก็บภาษีย้อนหลัง-ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
ปลัดคลัง ย้ำร้านค้าไม่ต้องกังวลเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส รัฐไม่เคยนำข้อมูลโครงการช่วยเหลือมาคิดภาษีย้อนหลัง พร้อมเตือนห้ามขึ้นราคาสินค้ากับผู้ใช้สิทธิ หากพบร้องเรียนได้ทันที
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่นำข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ไปใช้ในการเก็บภาษีย้อนหลัง
- เตือนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้ากับผู้ที่ใช้สิทธิ์ เพราะถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
- ประชาชนสามารถร้องเรียนร้านค้าที่ขายสินค้าแพงเกินจริงได้ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าผิดจริงอาจมีบทลงโทษตามเงื่อนไข
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อกังวลของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า กระทรวงการคลังขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยนำข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งทั้ง 5 เฟส หรือโครงการชิมช้อปใช้ ไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด
ดังนั้น ร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ไม่จำเป็นต้องกังวลในประเด็นดังกล่าว เพราะเป้าหมายของโครงการคือการกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลว่ามีร้านค้าบางแห่งตั้งราคาสินค้าสูงขึ้นสำหรับลูกค้าที่ใช้สิทธิผ่านโครงการ แต่หากชำระเงินตามปกติกลับขายในราคาที่ต่ำกว่า ซึ่งนายลวรณระบุว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค และไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
“กรณีแบบนี้ถือว่าร้านค้านั้น ๆ ไม่น่ารัก เพราะโครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการให้มียอดขายเพิ่มขึ้น ไม่ควรนำโครงการไปเป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้า” นายลวรณกล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนพบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าในราคาสูงกว่าปกติเมื่อใช้สิทธิโครงการ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงสำนักงานคลังจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายลวรณกล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง อาจมีการพิจารณาบทลงโทษตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่ร้านค้าได้ให้การยอมรับไว้ก่อนเข้าร่วมโครงการ
“อยากให้ทั้งร้านค้าและประชาชนเข้าใจว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จัดทำขึ้นเพื่อช่วยคนไทยด้วยกัน ช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงไม่ควรมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือเอาเปรียบผู้บริโภค” นายลวรณ กล่าว







