

เส้นตายไม่มีผล ลุ้น “ประธานกสทช.” ชี้ชะตาทีวีดิจิทัล 10 มิ.ย.นี้
แม้ได้สัญญาต่อหน้าสื่อ “ประธานกสทช.” ยังไม่เห็นเป็นเรื่องเร่งด่วน ปมสมาคมทีวีดิจิทัล ขีดเส้น ชี้ชะตาทีวีดิจิทัล ลุ้นประชุมใหม่ 10 มิ.ย.นี้ เหตุติดภารกิจไปต่างประเทศ
แม้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) หรือ ADTEB ได้ยื่นหนังสือทวงถามต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลายต่อหลายครั้งที่มีการประชุมบอร์ดเพื่อกดดันให้วาระแผนทีวีดิจิทัลที่ค้างอยู่ได้เดินหน้า เพื่อชี้ชะตา และทราบความชัดเจนในการเดินหน้าแผนธุรกิจต่อ หรือ พอแค่นี้ เมื่อสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572
สมาคมทีวีดิจิทัลยื่นหนังสือผ่าน พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธานกสทช.
ล่าสุดถึงกระทั่งขีดเส้นตาย กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569 และอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมายต่อไป
แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งกดดัน วาระก็ไปไม่ถึง หรือ ถูกข้ามไปก่อนเสมอ แม้ว่ากรรมการกสทช.พิรงรอง รามสูต ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ได้ถามทุกครั้งที่มีประชุมทั้งในห้องประชุมและหลังการประชุมต่อหน้าสื่อ ซึ่งที่ผ่านมาประธานกสทช. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ก็มักสัญญาว่า คราวหน้า ทุกครั้ง
รวมถึงการประชุมบอร์ดกสทช.ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 และ 27 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งแม้สมาคมทีวีดิจิทัลได้เข้ามายื่นหนังสือแล้ว วาระเกี่ยวกับแผนทีวีดิจิทัลก็ยังไม่เข้า จนมาถึงการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ประธานกสทช.ก็ขอข้ามวาระทีวีดิจิทัล โดยให้เหตุผลว่ามีวาระอื่นที่สำคัญ และ เร่งด่วน กว่า
วาระค้างอยู่นาน 2 ปี
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. รายงานว่า ในการประชุม กสทช. ครั้งนี้ กสทช. พิรงรอง ได้ขอให้ประธาน กสทช. นำวาระ(ร่าง) แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) และระเบียบวาระเรื่อง (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ฯ ของประเทศไทย (พ.ศ.2569-2573) มาพิจารณาก่อน เนื่องจากวาระดังกล่าวมีความสำคัญมากและได้เสนอบรรจุในระเบียบวาระมาตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 37/2568 เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 แล้ว
แต่จนถึงปัจจุบันประธาน กสทช.ได้ใช้สิทธิในการเป็นประธานการประชุมฯ จัดลำดับการพิจารณา โดยนำระเบียบวาระดังกล่าวไปไว้ลำดับหลังๆ และปิดประชุมไปก่อน โดยอ้างว่ามีระเบียบวาระอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องพิจารณาก่อน ในการนี้ กสทช.พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ จึงได้สอบถามถึงเหตุผลที่สำนักงาน กสทช.โดยความเห็นชอบของประธาน กสทช. ที่ได้มีการกำหนด ลำดับการพิจารณา ประชุม กสทช. ครั้งที่ 16/2569
ทั้งนี้ ได้แสดงความเห็นว่า หากดูตามหน้าที่และอำนาจของ กสทช.ที่บัญญัติในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ข้อแรกที่กำหนดเป็นหน้าที่ของ กสทช.ในมาตรา 27(1) คือ การจัดทำแผนแม่บทฯ ดังนั้นไม่คิดว่าจะมีเรื่องอื่นที่จะสำคัญไปกว่าเรื่องนี้
แต่ประธานกสทช.ได้กำหนดให้ ระเบียบวาระ เรื่อง สำนักงาน กสม. ขอประสานกรณีขอให้คัดกรองเนื้อหาที่ส่งผลกระทบฯ ในการแสดงความคิดเห็นของนักสิทธิมนุษยชน หรือ ระเบียบวาระ เรื่อง การออกประกาศเพื่อยกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม หรือเงินเพิ่ม ในกฎหมายลำดับรอง มาก่อน แม้ว่าภายหลังจะขอข้ามไป แต่ก็ขอให้พิจารณา ระเบียบวาระ เรื่อง (ร่าง) ตัวชี้วัด (KPIs) ระดับสำนักงาน ประจำปี 69 ที่มีความสำคัญกว่า
ทั้งนี้ กสทช.พลอากาศโท ธนพันธุ์ ได้แสดงความเห็นว่าหากดูตามหน้าที่และอำนาจของ กสทช.ที่บัญญัติในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ข้อแรกที่กำหนดเป็นหน้าที่ของ กสทช.ในมาตรา 27(1) คือ การจัดทำแผนแม่บทฯ ดังนั้นไม่คิดว่าจะมีเรื่องอื่นที่จะสำคัญไปกว่าเรื่องนี้
อีกทั้งการนำระเบียบวาระ เรื่อง (ร่าง) ตัวชี้วัด (KPIs) ระดับสำนักงาน มาพิจารณาก่อนนั้นก็เสมือนพิจารณาจากหลังไปหน้า เพราะในความเป็นจริงตัวชี้วัดหลายตัวนั้นเกิดมาจากแผนแม่บทฯ เป็นตัวกำหนด แต่ทั้งนี้ก็สุดแท้แต่เพราะเป็นอำนาจของประธานฯ ในการกำหนดวาระ
ทำให้การประชุม กสทช. ในครั้งนี้ ไม่ได้มีการพิจารณาทั้งเรื่องแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) และ เรื่อง (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ฯ ของประเทศไทย อีกเช่นเดิม เนื่องจากเมื่อสิ้นสุดวาระ (ร่าง) ตัวชี้วัด (KPIs) ระดับสำนักงาน และ (ร่าง) ปฏิทินงบประมาณรายรับ-รายจ่าย ประจำปี 70 ของสำนักงาน กสทช.
ประธาน กสทช. ก็สั่งปิดประชุม เช่นเคย และนัดประชุมใหม่อีกครั้งวันที่ 10 มิ.ย. 2569 เนื่องจากติดภารกิจไปต่างประเทศ
ไทม์ไลน์โรคเลื่อนอนาคตทีวีดิจิทัล
ขณะที่ ก่อนหน้านั้น กสทช.พิรงรอง ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว https://www.facebook.com/share/17bj3hWPkx/?mibextid=wwXIfr
จดหมายเปิดผนึกจากกสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ (ตอนที่ 1) เมื่อวันที่ 26 พ.ค. โดยสรุปใจความได้ว่า ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว กสทช. ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักสืบเนื่องจากการที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณารายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และทางสส.จากพรรคต่างๆได้ร่วมอภิปรายถึงการทำงานของ กสทช. และสำนักงานกสทช. ในหลายประเด็น คือ เรื่อง โรดแมปทีวีดิจิทัล หลังสิ้นสุดใบอนุญาต ในปี 2572 และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT นั้น
แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกสทช.ที่จะต้องจัดให้มีตามมาตรา 27 ของพรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (2564) นั้น บอร์ดกสทช.ได้มีมติตั้งแต่ 20- 21 ส.ค.2568 ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 24/2568 (ต่อเนื่อง) ให้นำร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569-2573) ที่ปรับปรุงตามความเห็นที่ประชุมไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และนำเสนอที่ประชุม กสทช. พิจารณาก่อนนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป (ปัจจุบัน ใช้แผนแม่บทฉบับเดิมไปพลางก่อน)
ได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะระหว่าง 28 ก.ย. 2568 ถึงวันที่ 27 ต.ค. 2568 และในวันที่ 14 ม.ค. 2569 จึงได้มีการบรรจุวาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569-2573) (วาระแผนแม่บทฯ) เข้าสู่ที่ประชุม กสทช. เป็นครั้งแรก ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 2/2569
เป็นเวลาเกือบสามเดือน ที่การประชุมไปไม่เคยถึงวาระดังกล่าว แม้ กสทช.พิรงรอง ได้ทำหนังสือเร่งรัดไปทางประธานกสทช.ทุกสัปดาห์ และทางตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจะได้มายื่นหนังสือทวงถามเป็นระยะ
ตามระเบียบว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ประธานเท่านั้นที่มีอำนาจในการอนุมัติบรรจุวาระการประชุม (ข้อ 18) และในกรณีที่ประธานเห็นว่าวาระการประชุมเรื่องใดเป็นเรื่องสําคัญ จะสลับวาระขึ้นมาพิจารณา ก่อนก็ได้ (ข้อ 29)
จวบจนในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 11/2569 ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่อง 4 วัน โดยในวันสุดท้ายคือวันที่ 8 เม.ย. 2569 ในช่วงบ่ายของการประชุม ได้มีการพิจารณาไปถึงระเบียบวาระที่ 4.22 เรื่องสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) (วาระแผนแม่บทฯ) โดยที่ประชุม กสทช. ได้ใช้เวลาพิจารณาอยู่หลายชั่วโมง
แต่นำไปสู่ข้อสรุปได้เพียง 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นการคุ้มครองจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง และเนื้อหาที่เป็นอันตราย และ ประเด็นที่ 2 ในยุทธศาสตร์ที่ 2 คือการจัดทำหลักเกณฑ์การประกอบกิจการเพื่อให้บริการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ประธาน กสทช. ได้กล่าวปิดการประชุมระหว่างที่ยังพิจารณาระเบียบวาระนี้ไม่เสร็จ โดยบอกว่าจะกลับมาพิจารณาต่อในการประชุมครั้งต่อไป
อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งถัดมาในวันที่ 21-22 เม.ย. 2569 (การประชุม กสทช. ครั้งที่ 12/2569) ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่อง 2 วัน ได้มีการบรรจุวาระอื่นๆขึ้นมาแทรกข้างหน้าวาระแผนแม่บทฯ จนสุดท้ายก็ไม่ได้พิจารณาวาระแผนแม่บทฯต่อ ในตอนท้ายของการประชุม จึงได้สอบถามถึงการนำวาระแผนแม่บทฯ ขึ้นมาพิจารณาต่อเนื่องจากยังมีประเด็นค้างอีกหลายประเด็น แต่ได้รับคำตอบว่า คงจะได้พิจารณาในครั้งถัดไป
ในการประชุมทุกครั้งหลังจากนั้น จนถึงในวันที่ 26 พ.ค. 2569 ก็จะได้พบกับปรากฏการณ์แบบเดิมเสมอ คือมีวาระอื่นมาแทรก โดยมีทั้งวาระที่มีความเร่งด่วนในเรื่องเวลา และบางวาระที่ไม่ได้สะท้อนความเร่งด่วน
โดยสรุป วาระแผนแม่บทฯนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงวาระค้างแต่เป็น “วาระที่คาการพิจารณา” อยู่เนื่องจากได้เริ่มพิจารณาไปแล้ว แต่ถูกเก็บคาไว้ไม่กลับไปพิจารณาต่อโดยไม่มีคำอธิบาย นับจนถึงวันนี้ ก็ถูกคามาประมาณใกล้สองเดือนแล้ว
ส่วนวาระโรดแมป เพื่อเตรียมการก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในเดือนเม.ย. 2572 ซึ่งถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายนั้น ขอเรียนเธอและทีมงานจากสำนักงานกสทช. ได้วางแผนในเรื่องนี้ไว้อย่างเป็นขั้นตอนและได้ทำมานานแล้ว
โดยเริ่มจากโครงการศึกษาฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพในอนาคตของไทยภายใต้สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป (A study on the future of television broadcast/audio-visual sector in Thailand under a rapidly changing digital evolution) ซึ่งจัดทำโดยทีมที่ปรึกษาจาก SCF Associates ซึ่งเป็นคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรปร่วมกับคณะนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาในไทย ซึ่งได้ทำเสร็จสิ้นในกลางปี 2567 และมีการเผยแพร่ผลการศึกษาไปตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 2567
แต่กว่าผลการศึกษาเรื่องฉากทัศน์ฯ จะได้รับมติเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. ให้นำไปจัดทำ โรดแมป ทางทีมงานของสำนักงานกสทช.ก็ต้องทำการบ้านอย่างหนักและผ่านด่านต่างๆ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2567 ระหว่าง กสทช. และผู้บริหารสำนักงาน กสทช. เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง หรือ การมีมติบอร์ดกสทช.เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 มอบหมายให้สำนักงานกสทช.ไปจัดทำข้อมูลฉากทัศน์เพิ่มเติมและกลับมานำเสนอบอร์ดใหม่ภายใน 60 วัน
จนท้ายสุดที่บอร์ดกสทช.มีมติในวันที่ 11 ก.ย. 2568 รับทราบข้อมูลฉากทัศน์ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย แนวทางการกำกับดูแลและส่งเสริมการประกอบกิจการโทรทัศน์ตามเอกสารที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำกรอบเวลาและแนวทางการดำเนินการในมิติต่าง ๆ ภายใต้กฎหมายปัจจุบันไปจัดทำรับฟังความคิดเห็นและประเด็นข้อสังเกตจากที่ประชุมไปประกอบการพิจารณาดำเนินการจัดทำ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย เพื่อเตรียมการก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในเดือนเม.ย. 2572
ทั้งนี้ ได้มีการจัด Focus Group สองครั้งคือเมื่อวันที่ 14 ต.ค.และ 3 พ.ย. 2568 ก่อนจะนำผลมาเรียบเรียงและนำเสนอเป็นระเบียบวาระ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพละเสียงของประเทศไทย เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572 และได้บรรจุวาระเข้าที่ประชุมกสทช. ครั้งที่ 37/2568 ในวันที่ 9 ธ.ค. 2568 เป็นครั้งแรก
ในวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 2/2569 ได้มีการพิจารณาระเบียบวาระ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย ดังกล่าว โดยมติที่ประชุม มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. จัดทำข้อมูลโดยจำแนกประเด็นใน (ร่าง) แผนที่นำทางกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ.2569-257) ตามความเห็นของที่ประชุม และนำเสนอที่ประชุม กสทช. พิจารณาต่อไป
จากวันที่ 14 ม.ค. จนถึงการประชุมล่าสุด วาระนี้ก็ประสบชะตากรรมเดียวกับวาระแผนแม่บทฯ โดยถูกบรรจุไว้คู่กันและต่อเนื่องจากวาระแผนแม่บท หรือ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) มาโดยตลอด








