posttoday
คลัง กางแผนเงินกู้ 4 แสนล. เน้น บรรเทาภาระประชาชน ไม่เน้น GDP ใช้  AI คักกรอง

คลัง กางแผนเงินกู้ 4 แสนล. เน้น บรรเทาภาระประชาชน ไม่เน้น GDP ใช้ AI คักกรอง

20 พฤษภาคม 2569

ปลัดคลัง เผยเงินกู้ 4 แสนล้าน เริ่มมีคำขอโครงการเข้ามาบ้างแล้ว วงเงินเหลือ 2.4 หมื่นล้าน เน้นบรรเทาภาระ ไม่เน้น GDP ใช้ Big Data AI ช่วยร้านค้า.

KEY

POINTS

  • วงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ไม่ได้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือตัวเลข GDP
  • จะใช้ระบบ Big Data และให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เพื่อคัดกรองและค้นหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง
  • มีแผนนำเทคโนโลยี AI มาช่วยร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการในการทำบัญชีและบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

วันนี้ (20 พ.ค.) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยความคืบหน้าการบริหารวงเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานว่า ขณะนี้เริ่มมีหน่วยงานทยอยเสนอคำขอโครงการเข้ามาบ้างแล้ว โดยภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงิน 1.76 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาทล็อตแรก ทำให้วงเงินที่เหลืออีกราว 2.4 หมื่นล้านบาทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรร

ทั้งนี้ ย้ำว่าการพิจารณาโครงการจะยึดตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เป็นหลัก และไม่จำเป็นต้องรอให้วงเงินก้อนแรกหมดก่อน หากมีโครงการที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับเงื่อนไข สามารถเสนอเข้ามาเพื่อพิจารณาได้ทันที โดยคณะกรรมการกลั่นกรองจะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละโครงการตามกรอบวงเงินและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ต่อไป

“เงินจำนวนที่เหลือจะนำไปดำเนินโครงการใด ต้องพิจารณาจากคำขอที่แต่ละกระทรวงเสนอเข้ามา โดยดูว่าโครงการนั้นสอดคล้องกับ พ.ร.ก. หรือไม่ ทั้งนี้ไม่เกี่ยวว่าจะต้องใช้วงเงินก้อนแรกให้หมดก่อน เพราะโครงการที่เสนอเข้ามาจะต้องพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขของวงเงินกู้ชุดใด คือ 200,000 ล้านบาทแรก หรือ 200,000 ล้านบาทหลัง โดยให้ดูตามความเหมาะสมและเงื่อนไขของแต่ละโครงการเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องรอให้ก้อนแรกหมดก่อนจึงจะพิจารณาก้อนถัดไป”

พร้อมย้ำว่า แต่ละกระทรวงสามารถเสนอคำขอโครงการเข้ามาได้ หากเข้าเงื่อนไขตามกรอบที่กำหนด โดยคณะกรรมการกลั่นกรองจะพิจารณาว่าโครงการนั้นอยู่ในกรอบวงเงินล็อตแรกหรือเฟสถัดไป

ในส่วนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง นายลวรณระบุว่า กระทรวงมหาดไทยจะเข้ามามีบทบาทในการลงพื้นที่ เพื่อเก็บตกผู้ตกหล่นจากระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะประชาชนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหรือหลุดจากฐานข้อมูล

“มหาดไทยจะเข้าไปดูในพื้นที่ ว่ามีผู้ตกหล่นตามชุมชนอย่างไร เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงคนที่จำเป็นจริง ๆ ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้มีคนตกหล่น เพราะฉะนั้นมหาดไทยจะทำหน้าที่ตรงนี้”

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังจะใช้ระบบ Big Data ในการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยอาจทำทุก 6 เดือนหรือรายเดือน เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันมากขึ้น หากประชาชนมีรายได้ดีขึ้นหรือมีงานทำแล้ว ก็จะถูกปรับสถานะออกจากระบบ

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยสรุปยอดขาย ทำบัญชีอย่างง่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจรายย่อย

นายลวรณ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินนโยบายรอบนี้มุ่ง บรรเทาภาระค่าครองชี เป็นหลัก ไม่ได้เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงตัวเลขหรือ GDP เหมือนมาตรการในอดีต แต่ต้องการให้ประชาชนสามารถผ่านช่วงเวลาความยากลำบากไปได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

“โรคระบาดครั้งต่อไป” อาจเริ่มจากน้ำแข็งที่กำลังละลาย!

“โรคระบาดครั้งต่อไป” อาจเริ่มจากน้ำแข็งที่กำลังละลาย!