posttoday
คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

19 พฤษภาคม 2569

คุยกับ “โอม-รชต”ผู้จัด Siam Songkran Music Festival จนต่างชาติเรียก “Coachella เมืองไทย” และการมาของ Tomorrowland Thailand ปีนี้สองงานลงทุนราว 2000 ล้าน

KEY

POINTS

  • คุยกับ “โอม-รชต ธันยาวุฒิ” ผู้ปลุก Siam Songkran Music Festival จนต่างชาติเรียก “Coachella เมืองไทย” ยอดคนเข้างานเฉียดแสน กวาด 300 ล้าน ดันเงินสะพัดท่องเที่ยงรวม 3 หมื่นล้าน 
  • เป้าหมายต่อไป Tomorrowland Thailand งานใหญ่ระดับประเทศ ลงทุน 1,600 ล้าน ความยากทำยังไงให้มีมาตรฐานเหมือนเบลเยี่ยม 
  • ความคืบหน้า จับมือภาครัฐ EEC ทำถนนย่อย 6 เส้นทางเข้างาน เผย บัตร 50,000 ใบ Sold Out ตั้งแต่วันแรก เล็งเปิดขายเพิ่ม 

แม้ว่า “โอม-รชต ธันยาวุฒิ” ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วันเอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด จะจัดงานอีเว้นต์ด้านดนตรีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี ตามที่ "โพสต์ทูเดย์" เคยนำเสนอเรื่องราวของเขาไปก่อนหน้านี้ 

 

เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี

 

รวมถึงงานใหญ่อย่าง Siam Songkran Music Festival ที่แม้จะจัดมามากกว่า 5 ปี แต่ต้องยอมรับว่าปีนี้ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ทั้งโปรดักชั่น แสงสี และศิลปิน สร้างเม็ดเงินสะพัดไม่น้อย จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างยกให้เทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทยเป็นหนึ่งในหมุดหมายต้องมาสักครั้ง บ้างก็ยกฉายาให้เป็น Coachella เมืองไทย เนื่องจากช่วงเวลาการจัดงานใกล้เคียงกัน 

 

Siam Songkran คนร่วมงานเฉียดแสน 

โอม-รชต เล่าย้อนถึงภาพความสำเร็จของปีนี้ว่า ตลอด 4 วันของการจัดงานสงกรานต์มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 92,000 คน โดยครึ่งหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ หรือราว 46,000 คน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ทีมงานรู้ว่างานปีนี้ “ไปไกลกว่าเดิม” คือปรากฏการณ์บัตร Sold Out ทุกโซน ทั้ง GA, VIP และ VVP ในช่วง 3 วันสุดท้าย ก่อนวันงานจะเริ่มขึ้น 

 

ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดเฟสติวัลที่ดุเดือดขึ้นทุกปี เบื้องหลังความอลังการของเวที แสง สี และโปรดักชันระดับอินเตอร์ คือใช้ลงทุนกว่า 250 ล้านบาท แต่สุดท้ายงานสามารถทำรายได้ทะลุ 300 ล้านบาทตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ 

คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

เงินสะพัดช่วงสงกรานต์ 3 หมื่นล้าน

ซึ่งการเติบโตของเทศกาลดนตรีกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “Festival Economy” ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลายภาคส่วนพร้อมกัน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และการเดินทาง ทั้งนี้ หากประเมิน Songkran Economy ปี 2026 ทั้ง Ecosystem คาดว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500,000 คน และมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยว 30,350 ล้านบาท

 

และที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยกลุ่มใหญ่ที่สุดยังคงเป็นจีนและมาเลเซีย ตามมาด้วยอินโดนีเซียและสิงคโปร์

 

ถามว่าอะไรคือ Key Success ปีนี้?

เขามองว่า ความแข็งแกร่งของเทศกาลดนตรีไทยไม่ได้อยู่แค่เรื่องเวทีหรือไลน์อัปศิลปิน แต่เกิดจาก “Culture DNA” ของประเทศไทย ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะบรรยากาศช่วงสงกรานต์ที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกอยากเดินทางเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง ต่อให้ประเทศอื่นจะจัดคล้ายกัน มีน้ำเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าประเทศไทย ที่ซึมลึกเข้าไปในวัฒนธรรม 

คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

และสิ่งที่ทำให้ Siam Songkran ปีนี้แตกต่างจากปีก่อน ๆ ไม่ใช่เพียงจำนวนคนหรือความยิ่งใหญ่ของโปรดักชัน เขามองว่ามาจาก “พัฒนาอย่างต่อเนื่อง” และการรับฟังเสียงของทุกฝ่าย ทั้งผู้เข้าร่วมงาน สปอนเซอร์ และศิลปิน

 

เขาเล่าว่า ทีมงานปรับปรุงระบบหลังบ้านและการจัดการ ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ จากเดิมที่โฟกัสเรื่อง “เวทีใหญ่-ดีเจดัง” มาเป็นการสร้าง “Experience” หรือประสบการณ์ที่ดีพอ จนทำให้คนอยากกลับมาซื้อบัตรอีกครั้ง 

 

ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจยุคนี้ คือ “ความจริงใจ” เขายอมรับว่า ผู้บริโภควันนี้ฉลาดขึ้นมากจากอิทธิพลของ AI และโลกออนไลน์ ผู้คนมองออกว่าอะไรคือการตลาดแบบ FOMO อะไรคือการปั่นราคา และพร้อมจะวิจารณ์ทันทีหากรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ

 

“ก็เลยเป็นที่มาที่ ปีนี้ทีมงานพยายามทำทุกอย่างให้ตรงไปตรงมามากที่สุด ตั้งแต่การประกาศราคาบัตรที่ชัดเจน ไปจนถึงเงื่อนไขการคืนเงินที่โปร่งใส เพราะเทรนด์ของผู้บริโภควันนี้ คือไม่ต้องการถูกหลอกหรือรู้สึกว่าแบรนด์กำลังเล่นเกมกับพวกเขา หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัด คือการพัฒนาระบบ Event Wallet ผ่านแอปพลิเคชัน Casheers App เป็นแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการใช้จ่ายในระบบปิด (เฉพาะภายในงาน Event) ที่ทีมงานใช้เวลาพัฒนามานานกว่า 3 ปี 

 

โดยปกติแล้วงานเฟสติวัลจำนวนมากมักมีปัญหาเรื่องเงินคงเหลือใน Wristband หรือสายรัดข้อมือ ซึ่งตามกฎหมายแบงก์ชาติ การคืนเงินต้องทำในพื้นที่งานเท่านั้น ทำให้ผู้จัดหลายรายคืนเงินลำบาก แต่วันเอเชียได้ขอไลเซนส์มาเพื่อทำเป็นระบบที่ลูกค้าสามารถ กดรีฟันเงินผ่านแอปเข้าธนาคารได้เองภายใน 30 วัน ทำให้ปีนี้คนเริ่มเข้าใจและชื่นชมมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ผู้จัดไม่ได้ต้องการเก็บเงินส่วนที่ลูกค้าใช้ไม่หมดเอาไว้”

คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

ผ่านมา 5 ปีเจ็บตัวมาตลอด

เบื้องหลังความสำเร็จในปีที่ 5 ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะตลอดทางมีทั้งช่วงที่ทำกำไร และช่วงที่ “เจ็บตัว” อย่างหนัก เพราะปีแรกของการจัดงาน แม้เปิดตัวได้ดีและเริ่มมีกำไร แต่ระบบปฏิบัติการยังเต็มไปด้วยปัญหา หลังจากนั้นก็ต้องเจอกับช่วงโควิดที่ทำให้งานถูกยกเลิกและแบกรับความเสียหายไปตามสถานการณ์

 

ส่วนปี 2023 ถือเป็นอีกบทเรียนสำคัญ เมื่อทีมงานย้ายไปจัดในสนามฟุตบอล แม้วันแรกสนามหญ้าจะสวยงาม แต่พอเข้าสู่วันที่สอง ฝนและสภาพพื้นที่ทำให้สนามกลายเป็นโคลน จนถูกวิจารณ์อย่างหนัก ขณะที่โปรดักชันเวทีก็ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร แม้ปีนั้นจะทำกำไรได้ดีจากกระแส Revenge Travel หลังโควิดก็ตาม

 

ต่อมาทีมงานตัดสินใจกลับมาจัดที่ Bravo BKK พร้อมแก้ Pain Point เดิมด้วยการเลือกพื้นที่พื้นปูนแทนสนามหญ้า รวมถึงควบคุมจำนวนบัตรหน้างานอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดเกินไป

 

ส่วนแผนในปีหน้า จะมีการขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้น โดยเขาย้ำว่า ไม่ได้ทำเพื่อเพิ่มจำนวนคน แต่ต้องการเพิ่มพื้นที่พักผ่อน จุดถ่ายรูป และ Chilling Zone เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้คนกลับมา ไม่ใช่แค่เสียงเพลง แต่คือความรู้สึกที่พวกเขาได้รับจากงานต่างหาก

คุยกับ “โอม-รชต” ปั้นสงกรานต์สู่มิวสิคเฟสติวัล และเบื้องหลังดีล Tomorrowland มาไทย

ความคาดหวังของ Tomorrowland 

อย่างไรก็ตามแม้ว่า Siam Songkran จะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่งานใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกปลายปีนี้อย่าง Tomorrowland Thailand  ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 ธ.ค. 2569 ณ วิสดอมวัลเลย์ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับเขา โดยโอม รชต ยอมรับว่า "นี่คือ The Best ของชีวิต" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานที่เขาได้ ร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์บริษัทผู้ก่อตั้ง Tomorrowland ในเบลเยี่ยม จัดตั้งบริษัทใหม่ WEAREONE.world ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แล้วถือหุ้นตามสัดส่วน โดยมี Bruno Vanwelsenaers เป็น CEO บริษัท และโอม-รชต เป็นกรรมการบริหาร 

 

"จากที่เคยโฟกัสหลายๆ งานในปีเดียว ปีนี้ผมตัดเหลือแค่งานสยามสงกรานต์ และ Tomorrowland" 

 

เขายังบอกอีกว่า ผู้ก่อตั้ง Tomorrowland เขาเล็งหลายประเทศในเอเชียที่มีเงินทุนมากกว่าไทย 4-5 เท่า ทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม และจีน แต่เขาเลือกไทย เพราะมองว่ามีศักยภาพและเล็งมากกว่า 10 ปี

 

เปิดโอกาสให้ทีมไทย ได้ทำงานกับโกลบอล 

ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการดึง Tomorrowland เข้ามา โอม-รชต เล่าว่า ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้หรือการสร้างอีเวนต์ระดับโลกในไทย แต่คือการเปิดโอกาสให้ทีมงานไทยได้ทำงานร่วมกับ Global Partner เพื่อเรียนรู้ “International Practice” หรือมาตรฐานการทำงานระดับสากล

 

เขามองว่า การทำงานกับทีมต่างชาติจะช่วยยกระดับทั้งทีมโปรดักชัน ซัพพลายเออร์ และผู้รับเหมาของไทย ให้ทำงานอย่างเป็นระบบ ละเอียด และมีมาตรฐานมากขึ้นกว่าเดิม

 

“จริง ๆ คนไทยเก่งมาก แต่สิ่งที่เรากำลังเรียนรู้คือระบบและมาตรฐานการทำงาน”

 

หนึ่งในความท้าทายสำคัญ คือการนำมาตรฐานจากเบลเยียมมาปรับใช้กับบริบทของประเทศไทย ทั้งเรื่องการสื่อสาร วิธีทำงาน และการประสานกับผู้รับเหมาในประเทศ ซึ่งช่วงแรกยอมรับว่ามีความล่าช้าบางส่วนจากการ “ปรับจูน” วิธีคิดและมาตรฐานให้เข้าหากัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขากลับมองเห็นจุดแข็งของแรงงานไทยอย่างชัดเจน

 

เขา บอกว่า ทีมงานไทยสามารถติดตั้งเวทีได้เร็วกว่าหลายประเทศ โดยงานที่ต่างชาติประเมินว่าต้องใช้เวลาติดตั้งถึง 3 เดือน ทีมไทยกลับทำเสร็จได้ภายในเวลาเพียงเดือนครึ่ง หรือเร็วกว่าสิงคโปร์เกือบ 2 เท่า

 

อีกปัจจัยสำคัญ คือค่าแรงของไทยที่ต่ำกว่าหลายประเทศราว 3 เท่า ทำให้ผู้จัดสามารถเพิ่มจำนวนแรงงานเข้าไปในระบบได้มากขึ้น และช่วยเร่งความเร็วในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ความพร้อม Tomorrowland 

โอม-รชต เปิดเผยว่าคืบหน้าไปมาก สำหรับ Tomorrowland Thailand ได้รับการสนับสนุนหลักจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปีแรก จะมีทั้งหมด 6 เวที แม้จะยังน้อยกว่าเวอร์ชันเบลเยียมที่มีถึง 14 เวที แต่โอมยืนยันว่า Main Stage ของไทยจะมี “ขนาดและคุณภาพ” เทียบเท่ากับต้นฉบับแบบเต็มรูปแบบ

 

ขณะเดียวกัน ทีมงานก็พยายามใส่ “เอกลักษณ์ความเป็นไทย” ลงไปในงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอีก 3 เวทีที่จะถูกออกแบบให้สะท้อนกลิ่นอายไทยร่วมสมัย รวมถึงการตกแต่งตลอดเส้นทาง Journey ตั้งแต่ทางเข้างานไปจนถึงพื้นที่ด้านใน ที่จะผสมผสานความเป็นไทย เช่น งานดีไซน์สไตล์ไทยเหนือ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจาก Tomorrowland ที่เบลเยียม ส่วนไลน์อัปศิลปินแบบเต็มรูปแบบ คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

 

จ่อเปิดขายบัตรเพิ่ม 

ในด้านการบริหารจัดการผู้เข้าชม งานปีแรกเปิดขายบัตรทั้งหมด 50,000 ใบ Sold Out ไปอย่างรวดเร็ว  โดยสัดส่วนผู้ร่วมงานเป็นชาวต่างชาติถึง 80% และคนไทย 20% ซึ่งผู้เข้าร่วมจะมาจากกว่า 196 สัญชาติทั่วโลก

 

ทั้งนี้ เมื่อถูกถามเรื่องการเปิดขายบัตรเพิ่ม โอม เผยว่า มีการหารือเรื่องนี้ เป็นไปได้ที่จะมีเปิดขายบัตรเพิ่มอีกราว 1,000 ใบสำหรับวันสุดท้าย หลังประเมินว่าพื้นที่อาจรองรับคนได้เพิ่มอีกเล็กน้อย แต่จะไม่มีการเปิดขายบัตรแบบ 3-Day Pass เพิ่มเติม ซึ่งเขายังไม่คอนเฟิร์ม แต่มีแนวคิดนี้เกิดขึ้น 

 

ปรับปรุงเส้นทาง พัฒนาโครงสร้างรับงาน 

นอกจากนี้ เขายังบอกว่า ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับงานขนาดใหญ่ วิสดอม วัลเลย์ โดยมีการประสานงานร่วมกับ EEC และกระทรวงคมนาคม เพื่อขยายเส้นทางสัญจรในพื้นที่จัดงานที่ จ.ชลบุรี ทั้งถนนเส้นย่อย 6 เส้น และถนนสายหลักอีก 1 เส้น เพื่อรองรับการเดินทางและแก้ปัญหาการจราจร

 

โอมระบุว่า ทาง EEC ประเมินว่า ถนนเส้นรองบางส่วนสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ขณะที่เบื้องหลังงานระดับโลกครั้งนี้ จะมีทีมงานรวมกว่า 5,000-6,000 คน แบ่งเป็นแรงงานไทยราว 4,500 คน และทีมต่างชาติประมาณ 500 คน รวมถึงทีมงานสนับสนุนในส่วนต่าง ๆ

 

นอกจากนี้ ระบบ Event Wallet ที่ใช้ใน Tomorrowland เบลเยียม ก็จะถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเช่นกัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเติมเงิน ใช้จ่าย และกด Refund เงินคืนผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโอมมองว่า เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้เอง คือสิ่งที่ช่วยสร้าง “ประสบการณ์ที่แฟร์” และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เคารพพวกเขาจริง ๆ

 

อย่างไรก็ตามโปรเจกต์ Tomorrowland ในช่วงปลายปีนี้ ใช้งบลงทุนสูงถึง 1,600 ล้านบาท ได้รับการสนับสนุนจากททท. และหากรวมกับ Siam Songkran ตลอดทั้งปี บริษัทมีการลงทุนรวมราว 2,000 ล้านบาท

 

เขาคาดว่า รายได้และกำไรของบริษัทปีนี้จะเติบโต “Double” หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจากปีก่อน จากแรงส่งของ Tomorrowland Thailand

 

ข่าวล่าสุด

มาอีกระลอก! Meta หั่น 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เซ่นแผนลงทุน AI

มาอีกระลอก! Meta หั่น 8,000 ตำแหน่งทั่วโลก เซ่นแผนลงทุน AI