posttoday
เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี

เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี

03 มีนาคม 2568

ทำความรู้จัก "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้อยู่เบื้องหลัง Siam Songkran Music Festival ปั้น EDM วางเป้าพาวันเอเชีย ฯ โกยรายได้ 1,000 ล้าน

KEY

POINTS

  • ทำความรู้จัก "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran Music Festival มองเทศกาลดนตรี EDM บูมในไทย โอกาสเป็น Festival Hub ระดับโลกอยู่ไม่ไกล 
  • เป้าหมายอยากนำเทศกาลดนตรีระดับโลกมาจัดที่ไทย ในรูปแบบลงทุน เปิดบริษัท ไม่ใช่แค่โมเดล License
  • พร้อมพาวันเอเชีย เวนเจอร์ มุ่งสู่รายได้ 1000 ล้าน ในอีก 4-5 ปี

แม้ว่า "รชต ธันยาวุฒิ" จะคลุกคลีกับงานเทศกาลดนตรีมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี แต่ต้องยอมรับว่า Siam Songkran Music Festival ที่เขาและทีมงานเกือบ 10 ชีวิตของ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ร่วมกันปลุกปั้นนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก 

 

ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 70,000 คนในปี 2567 และกว่า 51% เป็นชาวต่างชาติที่มาจากทุกมุมโลก 

 

“ไม่ใช่เพราะเราเก่ง แต่จังหวะมันดี” 

 

รชต กล่าวถึงความสำเร็จที่ผ่านมา โดยบอกว่า Key success อยู่ที่โลเคชั่น และการจัดงานในช่วงสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยมากที่สุด อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากการได้รับความสนับสนุนจากภาครัฐ และสปอนเซอร์หลาย ๆ ส่วน รวมถึงทีมงาน Outsource ทีมโปรดักชั่น ที่อยู่เบื้องหลังของงาน 


รชต ธันยาวุฒิ

 

ทั้งนี้ ก่อนที่เขาจะได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่เช่นนี้ เขาเล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน….

 

เมื่อราว ๆ ปี 2555 ผมเรียนปริญญาโท ที่สหรัฐอเมริกา ในระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผมได้ไปงานเทศกาลดนตรีที่ชื่อ อัลทรา (Ultra Music Festival) ซึ่งเป็นงานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในสหรัฐฯ ผมรู้สึกแปลกใจที่เห็นผู้คนจากหลากหลายประเทศมารวมกันที่นี่ ทุกคนต่างมีหน้าตายิ้มแย้ม เป็นมิตร และภาพที่เห็นตอนนั้นก็เริ่มจุดความคิดให้ผมอยากจะทำให้ประเทศไทยมีงานเทศกาลดนตรีแบบนี้เกิดขึ้นบ้าง

 

"ผมรู้สึกว่างานเทศกาลดนตรีมันแปลกจัง มีครั้งนึงผมทำโทรศัพท์หายที่งานอัลทรานี่แหละ ผมเห็นคู่รักคู่นึง ยืนตากฝนรอให้ผมไปเอาโทรศัพท์กับเขา อันนี้เรื่องจริงเลย ผมก็งงว่าทำไมเขาต้องยืนรอ เขาบอกกับผมว่าเคยมีประสบการณ์โทรศัพท์หาย แล้วกลายเป็น Bad Trip ของเขา มันก็ทำให้ผมประทับใจ"

 

และก็มีครั้งนึงผมทำใบขับขี่หาย มีคนส่งจดหมายกลับคืนมาให้ผม ในจดหมายนั้นเขียนไว้ว่า “Don’t lose it again” ผมเลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่เทศกาลดนตรีเหมือน เป็นจุดศูนย์รวมของวัฒนธรรม ความรัก ความอิสระ ก็เลยอยากเอาเข้ามา แล้วตอนนั้นที่ไทยมีไม่กี่งาน ก็เลยอยากรู้สึกลองดู….

 

เริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปิน 

 

ผมจึงเริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปินให้กับงานต่าง ๆ ทั้งศิลปิน ดีเจไทยและต่างชาติ

 

ศิลปินไทยที่เคยผลักดัน เช่น 22 bulletsth ตอนนี้กลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่สามารถขึ้นไปอยู่อันดับ 74 ของการจัดอันดับ DJs Mag ได้ ขณะที่ปีก่อนหน้านี้เขาอยู่อันดับ 80 กว่า นอกจากนั้นก็มีศิลปินไทยรายอื่น ๆ ที่พยายามผลักดันให้มีโอกาสขึ้นเวทีใหญ่ ๆ หรือมีโอกาสร่วมงานกับศิลปินระดับโลก

 

ระหว่างนั้นก็อาศัยสร้างคอนเนกชั่นไปเรื่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์ ทำให้ศิลปินต่างชาติไว้ใจ ก็เริ่มจัดงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ และภาคต่าง ๆ ลองผิดลองถูก จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้สามารถจัดงาน Siam Songkran ได้ 

 

เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี

 

"ซึ่งเริ่มจัดในปี 2562 เป็นครั้งแรก ตอนนั้นมีคนเข้าร่วมงานราว ๆ 55,000 คน แต่จัดได้แป๊ปเดียวก็หยุดเพราะเจอโควิด กว่าจะกลับมาจัดอีกครั้งได้ก็ปี 2566 เลย"

 

Siam Songkran เป็นเทศกาลดนตรีเน้นแนวเพลง EDM (Electronic Dance Music) ในช่วงหลังมานี้จะเห็นว่า เทศกาลดนตรีในต่างประเทศเริ่มเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ อย่างปี 2567 ที่ผ่านมา งาน EDM ใหญ่ๆ ที่จัดในไทยมีมากกว่า 8 งานเลย แสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่างว่า EDM กำลังบูม ไม่เท่านั้นยังเป็นสัญญาณให้เห็นว่า ไทยมีศักยภาพในการจัดงานเทศกาลดนตรี 

 

ดังนั้นอุตสาหกรรมดนตรีไทยจะแข่งขันกับต่างประเทศได้ต้องผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยเข้าไป เพื่อให้มีรูปแบบต่างจากประเทศ ทำแล้วไม่น่าเบื่อ นั่นจึงทำให้งาน Siam Songkran แตกต่างจากเทศกาลดนตรีงานอื่น ๆ 

 

ทุ่ม 500 ล้าน จัดงานใหญ่ 4 งาน 

 

รชต บอกว่า ในปี 2568 วันเอเชีย เวนเจอร์ จะรุกเทศกาลดนตรีต่อเนื่อง โดยใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท จัดใหญ่ 4 งาน ประเดิมงานแรกที่ Siam Songkran 250 ล้านบาท ดึงศิลปิน ดีเจระดับโลก ร่วมงาน ตามด้วย Unseen Festival และอีกสองงานที่กำลังอยู่ระหว่างรอคอนเฟิร์มศิลปิน ซึ่งเขาบอกว่าอาจจะเน้นไปที่การจัด Solo ศิลปิน

 

ซึ่งต้องยอมรับว่า Siam songkran ทำเงินให้พอร์ตฯ วันเอเชียกว่า 30-40% งานรองคือ Unseen และงานว่าจ้างของภาครัฐ 

 

เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี

 

เขาบอกอีกว่า หากเทียบตัวเลขการขายบัตรเฉพาะงาน Siam Songkran ในช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ยอดขายบัตรโตขึ้นมา 2.5 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้อง กับตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยว ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจกับการท่องเที่ยว ในเชิง creative economy มากขึ้น 

 

คาดว่างานนี้ ปี 2568 จะดึงผู้คนเข้ามาร่วมงานได้ 100,000 คน ซึ่งจากข้อมูลการจองบัตรล่าสุดพบว่า เพียงเปิดจำหน่ายแค่ 3 วันแรกก็ Sold Out แล้ว และเดินทางมาสู่เทียร์ 3 คาดว่าจะถึงเป้าที่ตั้งไว้แน่นอน 

https://www.posttoday.com/business/720098

 

“เราโชคดีที่โลเคชั่นเราอยู่ใน RCA อยู่ในฮับที่คนเข้ามาเล่นสงกรานต์อยู่แล้ว ถ้าหากงานใหญ่ช่วงสงกรานต์มีแค่ 2 งาน

นักท่องเที่ยว 12 ล้านคนเข้ามาไทย ยังไงก็แบ่งมาร์เก็ตกันได้อยู่แล้ว งานของเราโตขึ้นเรื่อยๆ sold out มา 3 ปี ไม่ใช่ว่าผมทำได้ดี แต่เป็นเพราะโลเคชั่นที่เราได้ บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจเข้ามางานเรา แต่เดินผ่านแล้ว เกิดความเอ๊ะ งานอะไร? และ door sale ส่วนใหญ่ก็จะขายดีมาก”

 

ปีที่แล้ว คนจีนมาเยอะสุดในงานเรา แต่ปีนี้ หากดูจากดาต้าออนไลน์คนมาเลเซียมาชนะจีนแล้ว สะท้อนว่า จีนอยู่เท่าเดิม แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นเข้ามาเยอะขึ้น เพราะปีที่แล้วเราเน้นกำลังการโปรโมทออนไลน์ของสื่้อจีน แต่ปีนี้เราไปหาพาร์ทเนอร์ในมาเลเซีย ญี่ปุ่น ฯลฯ 

 

เทศกาล EDM ดึงนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก 

 

รชต กล่าวอีกว่า เทศกาล EDM ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ spending power ค่อนข้างสูงเข้ามาได้มาก อย่างน้อยนักท่องเที่ยวเข้ามาค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 23,000-30,000 บาท/คน แน่นอน บางคนหลักแสนก็มี นักท่องเที่ยวที่มา มีเวลาพักฟื้นด้วย ไม่ใช่มาแค่งานดนตรีแล้วกลับไป 

 

"คนอยากจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดี มากกว่าซื้อของ ธุรกิจเฟสติวัลมันเป็นประสบการณ์ที่ดีได้ ผมชอบนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริม creative economy มาก ๆ เพราะว่าธุรกิจนี้สามารถปรับได้เรื่อย ๆ อันไหนสามารถ add value หรือ emotional เข้าไปได้ เชื่อว่าคนยอมจ่ายราคาแพงขึ้น"

 

เพราะเด็กสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น Gen Z หรือมิลเลเนียม เขาไม่ได้สนใจว่าจะใช้ของแบรนด์เนม หรือใช้เงินกับอะไร ที่เป็นของจับต้องได้แล้ว เขาต้องการประสบการณ์ที่คิดว่ามีค่ากับตัวเขามากกว่า 

 

เปิดเส้นทาง "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้จัด Siam Songkran คลุกคลี EDM มามากกว่า 10 ปี


นำ negative feedback มาพัฒนา

การจัดงาน ย่อมมีทั้งราบรื่นและอุปสรรค รชต บอกว่า ถ้าเราวางแผนให้ดี สื่อสารกับทีมงาน ดูแลลูกค้าได้ดี ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ทุก ๆ ปีก็มี เราก็ได้ negative feedback เหมือนกัน

 

ซึ่งผมมองว่าสิ่งที่จะทำให้เราโตได้ คือเราเก็บ negative พวกนี้มาพัฒนา ลูกค้าสมัยนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานนะ ผู้จัดต้องฟังในสิ่งที่เขาพูด ก็เป็นการพัฒนาได้ดี 

 

แต่ในแง่ผู้จัดเอง ข้อผิดพลาดมันก็มักเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะศิลปินยกเลิก ฝนตก รถติด ก็เป็นไปได้ จากปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้

 

เทรนด์ดนตรีขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกปี 

เราคลุกคลีแวดวงนี้มา 10 ปีแล้ว เราก็จะเห็นเทรนด์ขึ้น ๆ ลง ๆ ว่าดนตรีแนวไหนกำลังจะมา ประเทศไทยตามฝั่งอเมริกาอยู่ประมาณ 3 ปี ตามหลังฝั่งยุโรปปีเดียว เราก็พอจะรู้เทรนด์ ถ้าสังเกตุไลน์อัพสงกรานต์ ปีนี้พยายามจะผสมแนวเพลงหลายแบบมาก ใส่แนวเพลงเทคโนฯ เข้ามา เพราะปลายปีที่แล้ว คนไทยฟังเพลงแนวเทคโนฯ มากขึ้น 

 

เทรนด์ที่มาแรงอีกอย่างคือให้ศิลปินตัวใหญ่มาเล่นร่วมกัน ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จในการชวนศิลปินดีเจเบอร์ใหญ่มาเล่นแบบ B2B ที่เคยเห็นในงาน Tomorrow Land ที่เดียว 

 

เมื่อถามว่าจะทำ License Siam Songkran ไหม?

 

เขาบอกว่าอยากให้มีแค่ในประเทศไทย พราะ Siam Songkran อยู่ได้ด้วยปัจจัยภายนอกที่มาช่วยเกื้อหนุน คืออาศัยหน้าท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 

 

ถ้าแบรนด์เราไปอยู่ประเทศอื่น เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะมีคุณค่าได้เท่ากับประเทศไทยไหม 

 

ดึงเทศกาลดนตรีระดับโลกมาอยู่ในไทย

 

อย่างไรก็ตาม รชต บอกว่า เป้าหมายของเขาคืออยากพัฒนาศิลปินไทยไปถึงสากลให้มากขึ้น แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะผลักดันให้ไปได้มากกว่านี้หรือเปล่า

 

และอยากดึงดูดงานเฟสติวัลระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้น ถามว่าเรามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าไทยเรามีโครงสร้างอะไรหลายอย่างดีอยู่แล้ว แต่การดึงเข้ามานั้น 

 

ผมไม่ได้ต้องการให้ดึงเข้ามาแล้วเราจ่ายค่า License แล้วเขาเอาเงินส่วนแบ่งกลับไป แต่ผมต้องการให้เขามาเปิดบริษัทในไทย ลงทุนที่ไทยเลย 

 

โมเดล License ไม่เวิร์ค เพราะต่างชาติเขามาเอาเงินจากประเทศเราแล้วเอากลับ ซึ่งอำนาจการต่อรองจะไม่เหลือ ถ้าเราเอาเรื่องลงทุนร่วมกัน มันก็จะสร้างเม็ดเงิน มีการตัดสินใจร่วมกัน มีโอกาสดีๆ มากขึ้น 

 

และผมก็ไม่อยากเอาเงินไปลงทุนกับงานที่สามารถจัดในประเทศคู่แข่งเราได้ด้วย เพราะสมมติจัดในเดือนใกล้ๆ กันแล้วถ้าเขาทำได้ดีกว่า เราก็ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง ถ้าเราจัดได้ดี มีพาร์ทเนอร์ดี เขาก็ไม่อยากไปจัดที่อื่น 

 

สิ่งที่น่ากังวลอีกเรื่อง รชต มองว่า ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มมีคอนเสิร์ตเยอะ งานที่จัดแล้วขาดทุนก็จะเริ่มเยอะตาม กำลังซื้อคนไทยอาจจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ 

 

สุดท้ายผมมองไว้ที่ปี 2029 รายได้ของวันเอเชีย เวนเจอร์ น่าจะถึง 1000 ล้านบาท ส่วนผมเองก็อยากโฟกัสงานให้ดีกว่าเดิม เดี๋ยวค่อยว่ากันเรื่องเข้าตลาดทุนฯ 

ข่าวล่าสุด

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8