"รชต ธันยาวุฒิ" ปั้นเทศกาลดนตรี EDM วางเป้าพาวันเอเชีย ฯ โกยรายได้ 1,000 ล้าน
รชต ธันยาวุฒิ ผู้อยู่เบื้องหลัง Siam Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีที่รวมคนทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน กับเป้าหมายอยากนำเทศกาลดนตรีระดับโลกมาจัดที่ไทย ในรูปแบบลงทุน เปิดบริษัท ไม่ใช่แค่โมเดล License พร้อมพาวันเอเชีย มุ่งสู่รายได้ 1000 ล้าน ในอีก 4-5 ปี
KEY
POINTS
- "รชต ธันยาวุฒิ" ผู้อยู่เบื้องหลัง Siam Songkran Music Festival มองเทศกาลดนตรี EDM บูมในไทย โอกาสเป็น Festival Hub ระดับโลกอยู่ไม่ไกล
- เป้าหมายอยากนำเทศกาลดนตรีระดับโลกมาจัดที่ไทย ในรูปแบบลงทุน เปิดบริษัท ไม่ใช่แค่โมเดล License
- พร้อมพาวันเอเชีย เวนเจอร์ มุ่งสู่รายได้ 1000 ล้าน ในอีก 4-5 ปี
แม้ว่า "รชต ธันยาวุฒิ" จะคลุกคลีกับงานเทศกาลดนตรีมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี แต่ต้องยอมรับว่า Siam Songkran Music Festival ที่เขาและทีมงานเกือบ 10 ชีวิตของ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ร่วมกันปลุกปั้นนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก
ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 70,000 คนในปี 2567 และกว่า 51% เป็นชาวต่างชาติที่มาจากทุกมุมโลก
“ไม่ใช่เพราะเราเก่ง แต่จังหวะมันดี”
รชต กล่าวถึงความสำเร็จที่ผ่านมา โดยบอกว่า Key success อยู่ที่โลเคชั่น และการจัดงานในช่วงสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยมากที่สุด อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากการได้รับความสนับสนุนจากภาครัฐ และสปอนเซอร์หลาย ๆ ส่วน รวมถึงทีมงาน Outsource ทีมโปรดักชั่น ที่อยู่เบื้องหลังของงาน
ทั้งนี้ ก่อนที่เขาจะได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่เช่นนี้ เขาเล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน….
เมื่อราว ๆ ปี 2555 ผมเรียนปริญญาโท ที่สหรัฐอเมริกา ในระหว่างใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ผมได้ไปงานเทศกาลดนตรีที่ชื่อ อัลทรา (Ultra Music Festival) ซึ่งเป็นงานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในสหรัฐฯ ผมรู้สึกแปลกใจที่เห็นผู้คนจากหลากหลายประเทศมารวมกันที่นี่ ทุกคนต่างมีหน้าตายิ้มแย้ม เป็นมิตร และภาพที่เห็นตอนนั้นก็เริ่มจุดความคิดให้ผมอยากจะทำให้ประเทศไทยมีงานเทศกาลดนตรีแบบนี้เกิดขึ้นบ้าง
"ผมรู้สึกว่างานเทศกาลดนตรีมันแปลกจัง มีครั้งนึงผมทำโทรศัพท์หายที่งานอัลทรานี่แหละ ผมเห็นคู่รักคู่นึง ยืนตากฝนรอให้ผมไปเอาโทรศัพท์กับเขา อันนี้เรื่องจริงเลย ผมก็งงว่าทำไมเขาต้องยืนรอ เขาบอกกับผมว่าเคยมีประสบการณ์โทรศัพท์หาย แล้วกลายเป็น Bad Trip ของเขา มันก็ทำให้ผมประทับใจ"
และก็มีครั้งนึงผมทำใบขับขี่หาย มีคนส่งจดหมายกลับคืนมาให้ผม ในจดหมายนั้นเขียนไว้ว่า “Don’t lose it again” ผมเลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่เทศกาลดนตรีเหมือน เป็นจุดศูนย์รวมของวัฒนธรรม ความรัก ความอิสระ ก็เลยอยากเอาเข้ามา แล้วตอนนั้นที่ไทยมีไม่กี่งาน ก็เลยอยากรู้สึกลองดู….
เริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปิน
ผมจึงเริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซี่ Booking ศิลปินให้กับงานต่าง ๆ ทั้งศิลปิน ดีเจไทยและต่างชาติ
ศิลปินไทยที่เคยผลักดัน เช่น 22 bulletsth ตอนนี้กลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่สามารถขึ้นไปอยู่อันดับ 74 ของการจัดอันดับ DJs Mag ได้ ขณะที่ปีก่อนหน้านี้เขาอยู่อันดับ 80 กว่า นอกจากนั้นก็มีศิลปินไทยรายอื่น ๆ ที่พยายามผลักดันให้มีโอกาสขึ้นเวทีใหญ่ ๆ หรือมีโอกาสร่วมงานกับศิลปินระดับโลก
ระหว่างนั้นก็อาศัยสร้างคอนเนกชั่นไปเรื่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์ ทำให้ศิลปินต่างชาติไว้ใจ ก็เริ่มจัดงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ และภาคต่าง ๆ ลองผิดลองถูก จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้สามารถจัดงาน Siam Songkran ได้
"ซึ่งเริ่มจัดในปี 2562 เป็นครั้งแรก ตอนนั้นมีคนเข้าร่วมงานราว ๆ 55,000 คน แต่จัดได้แป๊ปเดียวก็หยุดเพราะเจอโควิด กว่าจะกลับมาจัดอีกครั้งได้ก็ปี 2566 เลย"
Siam Songkran เป็นเทศกาลดนตรีเน้นแนวเพลง EDM (Electronic Dance Music) ในช่วงหลังมานี้จะเห็นว่า เทศกาลดนตรีในต่างประเทศเริ่มเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ อย่างปี 2567 ที่ผ่านมา งาน EDM ใหญ่ๆ ที่จัดในไทยมีมากกว่า 8 งานเลย แสดงให้เห็นสัญญาณบางอย่างว่า EDM กำลังบูม ไม่เท่านั้นยังเป็นสัญญาณให้เห็นว่า ไทยมีศักยภาพในการจัดงานเทศกาลดนตรี
ดังนั้นอุตสาหกรรมดนตรีไทยจะแข่งขันกับต่างประเทศได้ต้องผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยเข้าไป เพื่อให้มีรูปแบบต่างจากประเทศ ทำแล้วไม่น่าเบื่อ นั่นจึงทำให้งาน Siam Songkran แตกต่างจากเทศกาลดนตรีงานอื่น ๆ
ทุ่ม 500 ล้าน จัดงานใหญ่ 4 งาน
รชต บอกว่า ในปี 2568 วันเอเชีย เวนเจอร์ จะรุกเทศกาลดนตรีต่อเนื่อง โดยใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท จัดใหญ่ 4 งาน ประเดิมงานแรกที่ Siam Songkran 250 ล้านบาท ดึงศิลปิน ดีเจระดับโลก ร่วมงาน ตามด้วย Unseen Festival และอีกสองงานที่กำลังอยู่ระหว่างรอคอนเฟิร์มศิลปิน ซึ่งเขาบอกว่าอาจจะเน้นไปที่การจัด Solo ศิลปิน
ซึ่งต้องยอมรับว่า Siam songkran ทำเงินให้พอร์ตฯ วันเอเชียกว่า 30-40% งานรองคือ Unseen และงานว่าจ้างของภาครัฐ
เขาบอกอีกว่า หากเทียบตัวเลขการขายบัตรเฉพาะงาน Siam Songkran ในช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ยอดขายบัตรโตขึ้นมา 2.5 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้อง กับตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยว ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจกับการท่องเที่ยว ในเชิง creative economy มากขึ้น
คาดว่างานนี้ ปี 2568 จะดึงผู้คนเข้ามาร่วมงานได้ 100,000 คน ซึ่งจากข้อมูลการจองบัตรล่าสุดพบว่า เพียงเปิดจำหน่ายแค่ 3 วันแรกก็ Sold Out แล้ว และเดินทางมาสู่เทียร์ 3 คาดว่าจะถึงเป้าที่ตั้งไว้แน่นอน
https://www.posttoday.com/business/720098
“เราโชคดีที่โลเคชั่นเราอยู่ใน RCA อยู่ในฮับที่คนเข้ามาเล่นสงกรานต์อยู่แล้ว ถ้าหากงานใหญ่ช่วงสงกรานต์มีแค่ 2 งาน
นักท่องเที่ยว 12 ล้านคนเข้ามาไทย ยังไงก็แบ่งมาร์เก็ตกันได้อยู่แล้ว งานของเราโตขึ้นเรื่อยๆ sold out มา 3 ปี ไม่ใช่ว่าผมทำได้ดี แต่เป็นเพราะโลเคชั่นที่เราได้ บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจเข้ามางานเรา แต่เดินผ่านแล้ว เกิดความเอ๊ะ งานอะไร? และ door sale ส่วนใหญ่ก็จะขายดีมาก”
ปีที่แล้ว คนจีนมาเยอะสุดในงานเรา แต่ปีนี้ หากดูจากดาต้าออนไลน์คนมาเลเซียมาชนะจีนแล้ว สะท้อนว่า จีนอยู่เท่าเดิม แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นเข้ามาเยอะขึ้น เพราะปีที่แล้วเราเน้นกำลังการโปรโมทออนไลน์ของสื่้อจีน แต่ปีนี้เราไปหาพาร์ทเนอร์ในมาเลเซีย ญี่ปุ่น ฯลฯ
เทศกาล EDM ดึงนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก
รชต กล่าวอีกว่า เทศกาล EDM ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ spending power ค่อนข้างสูงเข้ามาได้มาก อย่างน้อยนักท่องเที่ยวเข้ามาค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 23,000-30,000 บาท/คน แน่นอน บางคนหลักแสนก็มี นักท่องเที่ยวที่มา มีเวลาพักฟื้นด้วย ไม่ใช่มาแค่งานดนตรีแล้วกลับไป
"คนอยากจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดี มากกว่าซื้อของ ธุรกิจเฟสติวัลมันเป็นประสบการณ์ที่ดีได้ ผมชอบนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริม creative economy มาก ๆ เพราะว่าธุรกิจนี้สามารถปรับได้เรื่อย ๆ อันไหนสามารถ add value หรือ emotional เข้าไปได้ เชื่อว่าคนยอมจ่ายราคาแพงขึ้น"
เพราะเด็กสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็น Gen Z หรือมิลเลเนียม เขาไม่ได้สนใจว่าจะใช้ของแบรนด์เนม หรือใช้เงินกับอะไร ที่เป็นของจับต้องได้แล้ว เขาต้องการประสบการณ์ที่คิดว่ามีค่ากับตัวเขามากกว่า
นำ negative feedback มาพัฒนา
การจัดงาน ย่อมมีทั้งราบรื่นและอุปสรรค รชต บอกว่า ถ้าเราวางแผนให้ดี สื่อสารกับทีมงาน ดูแลลูกค้าได้ดี ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ทุก ๆ ปีก็มี เราก็ได้ negative feedback เหมือนกัน
ซึ่งผมมองว่าสิ่งที่จะทำให้เราโตได้ คือเราเก็บ negative พวกนี้มาพัฒนา ลูกค้าสมัยนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานนะ ผู้จัดต้องฟังในสิ่งที่เขาพูด ก็เป็นการพัฒนาได้ดี
แต่ในแง่ผู้จัดเอง ข้อผิดพลาดมันก็มักเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะศิลปินยกเลิก ฝนตก รถติด ก็เป็นไปได้ จากปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้
เทรนด์ดนตรีขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกปี
เราคลุกคลีแวดวงนี้มา 10 ปีแล้ว เราก็จะเห็นเทรนด์ขึ้น ๆ ลง ๆ ว่าดนตรีแนวไหนกำลังจะมา ประเทศไทยตามฝั่งอเมริกาอยู่ประมาณ 3 ปี ตามหลังฝั่งยุโรปปีเดียว เราก็พอจะรู้เทรนด์ ถ้าสังเกตุไลน์อัพสงกรานต์ ปีนี้พยายามจะผสมแนวเพลงหลายแบบมาก ใส่แนวเพลงเทคโนฯ เข้ามา เพราะปลายปีที่แล้ว คนไทยฟังเพลงแนวเทคโนฯ มากขึ้น
เทรนด์ที่มาแรงอีกอย่างคือให้ศิลปินตัวใหญ่มาเล่นร่วมกัน ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จในการชวนศิลปินดีเจเบอร์ใหญ่มาเล่นแบบ B2B ที่เคยเห็นในงาน Tomorrow Land ที่เดียว
เมื่อถามว่าจะทำ License Siam Songkran ไหม?
เขาบอกว่าอยากให้มีแค่ในประเทศไทย พราะ Siam Songkran อยู่ได้ด้วยปัจจัยภายนอกที่มาช่วยเกื้อหนุน คืออาศัยหน้าท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์
ถ้าแบรนด์เราไปอยู่ประเทศอื่น เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะมีคุณค่าได้เท่ากับประเทศไทยไหม
ดึงเทศกาลดนตรีระดับโลกมาอยู่ในไทย
อย่างไรก็ตาม รชต บอกว่า เป้าหมายของเขาคืออยากพัฒนาศิลปินไทยไปถึงสากลให้มากขึ้น แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะผลักดันให้ไปได้มากกว่านี้หรือเปล่า
และอยากดึงดูดงานเฟสติวัลระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้น ถามว่าเรามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าไทยเรามีโครงสร้างอะไรหลายอย่างดีอยู่แล้ว แต่การดึงเข้ามานั้น
ผมไม่ได้ต้องการให้ดึงเข้ามาแล้วเราจ่ายค่า License แล้วเขาเอาเงินส่วนแบ่งกลับไป แต่ผมต้องการให้เขามาเปิดบริษัทในไทย ลงทุนที่ไทยเลย
โมเดล License ไม่เวิร์ค เพราะต่างชาติเขามาเอาเงินจากประเทศเราแล้วเอากลับ ซึ่งอำนาจการต่อรองจะไม่เหลือ ถ้าเราเอาเรื่องลงทุนร่วมกัน มันก็จะสร้างเม็ดเงิน มีการตัดสินใจร่วมกัน มีโอกาสดีๆ มากขึ้น
และผมก็ไม่อยากเอาเงินไปลงทุนกับงานที่สามารถจัดในประเทศคู่แข่งเราได้ด้วย เพราะสมมติจัดในเดือนใกล้ๆ กันแล้วถ้าเขาทำได้ดีกว่า เราก็ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง ถ้าเราจัดได้ดี มีพาร์ทเนอร์ดี เขาก็ไม่อยากไปจัดที่อื่น
สิ่งที่น่ากังวลอีกเรื่อง รชต มองว่า ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มมีคอนเสิร์ตเยอะ งานที่จัดแล้วขาดทุนก็จะเริ่มเยอะตาม กำลังซื้อคนไทยอาจจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ


