
เอกนิตินั่งหัวโต๊ะ คนน.เคาะกู้ล็อตแรก 2 แสนล. ไทยช่วยไทยพลัสเข้า ครม. 12 พ.ค.
คนน.เห็นชอบปรับแผนหนี้ปี 69 เตรียมชงครม.กู้เพิ่ม 2 แสนล้านบาท ใช้ขับเคลื่อนโครงการไทยช่วยไทยพลัส แจกเงิน 4,000 บาท เริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค. และเริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย. นี้
KEY
POINTS
- คณะกรรมการนโยบายหนี้สาธารณะ (คนน.) มีมติเห็นชอบการกู้เงินล็อตแรกวงเงิน 2 แสนล้านบาท
- เงินกู้ดังกล่าวจะนำไปใช้ในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแผนการกู้เงินให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 12 พฤษภาคม
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 12 พ.ค. นี้ โดยสาระสำคัญคือการเพิ่มกรอบกู้เงินใหม่ 2 แสนล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงินรวมไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
โดยที่ประชุมเห็นตรงกันให้ทยอยกู้เงินออกเป็น 2 ระยะ ระยะละ 2 แสนล้านบาท เนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณ 2569 จึงควรเร่งดำเนินการในส่วนที่พร้อมก่อน โดยวงเงินก้อนแรกจะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเตรียมเสนอเข้า ครม. วันที่ 19 พ.ค.2569
สำหรับมาตรการดังกล่าว จะครอบคลุมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จำนวน 30 ล้านสิทธิ วงเงินรวมคนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านราย จะได้รับการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยเปิดลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค.นี้ และเริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569
ในช่วง 2 เดือนแรก รัฐจะใช้ฐานผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมไปก่อน จากนั้นเมื่อมีการตรวจสอบสิทธิ์รอบใหม่ หากพบผู้ที่มีรายได้เกินเกณฑ์ 1 แสนบาทต่อปี จนหลุดจากระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเปลี่ยนไปใช้สิทธิ์ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัสแทน
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า เงินกู้ล็อตแรก 2 แสนล้านบาท จะมุ่งใช้บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานต่อประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่ง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด โดยคาดว่าจะใช้วงเงินราว 1.6 แสนล้านบาท
"ส่วนวงเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาท ที่เตรียมไว้สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนั้น ยังไม่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการทันที เพราะแต่ละโครงการยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน"
ทั้งนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดให้โครงการที่จะใช้เงินต้องได้รับอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และต้องมีการทำสัญญาผูกพันเพื่อเบิกจ่ายภายในวันที่ 30 ก.ย. 2570
" ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างรอ พ.ร.ก.กู้เงินประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังนายกรัฐมนตรีได้ลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว หากมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้ จะเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 11 พ.ค. ก่อนเสนอ ครม. ชุดใหญ่ในวันที่ 12 พ.ค. ต่อไป "







