posttoday

ภูมิรัฐศาสตร์ไม่หยุดเที่ยว คนไทยหันเอเชีย–ทริปสั้น ดันท่องเที่ยวไทยโต

11 มีนาคม 2569

เคทีซี–TTAA ชี้ความตึงเครียดโลกกระทบความเชื่อมั่นระยะสั้น แต่นักท่องเที่ยวไทยยังเดินทางต่อ ปรับปลายทางสู่เอเชีย เน้นทริปสั้น–ขับรถเที่ยว พร้อมมองโอกาสดันท่องเที่ยวไทยเติบโต

KEY

POINTS

  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์โลกส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลไปยังยุโรปหรือฝั่งตะวันตก และหันมาเลือกจุดหมายที่ปลอดภัยและเดินทางสะดวกกว่า
  • จุดหมายปลายทางในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับเทรนด์การท่องเที่ยวในประเทศในรูปแบบ "ทริปสั้น" และการขับรถเที่ยว (Road Trip) ที่จัดการง่าย
  • การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นโอกาสที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโต โดยผู้ประกอบการหันมาเน้นการสร้าง "ประสบการณ์" ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหารและสุขภาพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ความผันผวนของสถานการณ์โลกกำลังเปลี่ยนแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย จากเดิมที่มุ่งสู่ปลายทางระยะไกลในยุโรปหรือฝั่งตะวันตก ปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมามองประเทศในเอเชียและการท่องเที่ยวระยะสั้นมากขึ้น

 

ตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างมหาอำนาจ ไปจนถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ภาคการท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหม่ แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมกลับสะท้อนให้เห็นว่า “ความต้องการเดินทาง” ของผู้คนยังคงแข็งแกร่ง เพียงแต่รูปแบบและจุดหมายปลายทางกำลังปรับตัวตามบริบทโลกที่เปลี่ยนไป

 

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) มองว่า แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะยังสร้างความไม่แน่นอนต่อบรรยากาศการเดินทางในระยะสั้น แต่ความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้หายไป เพียงแต่เริ่มปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง งบประมาณ และความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศยังมีโอกาสเติบโต หากสามารถออกแบบประสบการณ์และความคุ้มค่าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง

 

ในบริบทดังกล่าว มุมมองจากผู้ประกอบการไทยสะท้อนภาพเดียวกันว่า วิกฤตอาจไม่ได้ทำให้การท่องเที่ยวหายไป แต่กำลังเปลี่ยน “พฤติกรรมการเลือกเดินทาง” ของนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

 

ภูมิรัฐศาสตร์โลก ปัจจัยเสี่ยงใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้งระหว่างประเทศหลายครั้ง ตั้งแต่สงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้เที่ยวบินบางเส้นทางต้องยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ไปจนถึงกรณีความขัดแย้งทางการทูตที่ส่งผลให้เกิดการคว่ำบาตรหรือการคว่ำบาตรทางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

 

นักวิเคราะห์จำนวนมากชี้ว่า แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อการเดินทาง แต่ผลกระทบมักเกิดในลักษณะ “การเปลี่ยนทิศทางการท่องเที่ยว” มากกว่าการหายไปของความต้องการเดินทาง นักท่องเที่ยวมักเลือกจุดหมายปลายทางใหม่ที่ปลอดภัยหรือเดินทางสะดวกกว่าแทน

 

นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)

 

นักท่องเที่ยวไทยยังเดินทาง แต่เปลี่ยนปลายทาง

มุมมองนี้สอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์ของ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ซึ่งระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทางบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีแผนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางฝั่งตะวันตก

 

นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด อธิบายว่า นักเดินทางบางส่วนเริ่มพิจารณาเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องต่อเครื่องหลายช่วง ขณะที่นักเดินทางรายใหม่มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเพื่อประเมินสถานการณ์

 

“สถานการณ์ความตึงเครียดในหลายภูมิภาคอาจกระทบความเชื่อมั่นในระยะสั้น แต่ไม่ได้ทำให้ความต้องการเดินทางหายไป เพียงแต่ผู้บริโภคจะเลือกจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น”

 

และมองว่า ปัจจัยที่ควรจับตามองมากกว่าความขัดแย้งระยะสั้นคือ ราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง ทั้งต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และกำลังซื้อของผู้บริโภค

 

“หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจะไม่ใช่แค่ค่าเดินทาง แต่จะสะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในระยะยาว”

 

โครงสร้างนักท่องเที่ยวเอเชียยังเป็นแรงขับสำคัญของไทย

ในภาพรวมของตลาดท่องเที่ยวไทย โครงสร้างนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงพึ่งพาตลาดเอเชียเป็นหลัก โดยประเทศในเอเชียติดอันดับถึง 8 ใน 10 ของตลาดหลัก และมีจำนวนรวมกันประมาณ 17.5 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

 

ด้วยโครงสร้างดังกล่าว ทำให้แนวโน้มการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง แม้โลกจะเผชิญความไม่แน่นอน ข้อนี้โชติช่วงมองว่า วิกฤตในบางพื้นที่ของโลกอาจกลายเป็นโอกาสของประเทศไทย หากสามารถยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวได้

 

“ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ สร้างแลนด์มาร์กใหม่ และผลักดันอาหารท้องถิ่นหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นจุดขายระดับโลก เพื่อสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจตลอดเส้นทางการท่องเที่ยว”

 

นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี”

 

เทรนด์ใหม่ ทริปสั้น ขับรถเที่ยว และประสบการณ์เฉพาะตัว

ด้านนางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรเครดิต พบว่า นักท่องเที่ยวไทยกำลังปรับรูปแบบการเดินทางอย่างชัดเจน

 

จุดหมายปลายทางในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และฮ่องกง ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศกำลังเติบโตในรูปแบบ “ทริปสั้น” และการเดินทางแบบ Road Trip ที่สามารถจัดการเวลาได้ง่ายในช่วงวันหยุด

 

จังหวัดท่องเที่ยวหลักยังคงมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูง เช่น ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต และระยอง ขณะเดียวกัน เมืองรองใกล้กรุงเทพฯ ก็เริ่มเติบโตมากขึ้น เช่น กาญจนบุรีที่มียอดใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 20% และพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 12%

 

นางสาววริษฐามองว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการเลือก “สถานที่” ไปสู่การเลือก “ประสบการณ์”

 

“นักท่องเที่ยววันนี้ไม่ได้มองแค่ปลายทาง แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ระหว่างการเดินทาง เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”

 

ภูมิรัฐศาสตร์ไม่หยุดเที่ยว คนไทยหันเอเชีย–ทริปสั้น ดันท่องเที่ยวไทยโต

 

"ประสบการณ์ท่องเที่ยว" กลยุทธ์ใหม่ของตลาด

เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว เคทีซีได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 100 แห่ง เพื่อออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น

  • แคมเปญ “Eat the East” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งเสริมการขับรถเที่ยวภาคตะวันออกผ่านเส้นทางอาหารท้องถิ่น
  • แคมเปญ “Central Rhythm” ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
  • แคมเปญครอบครัวช่วงปิดเทอม “Happy Family Fun – Alpha Active”
  • โปรแกรม “60+ Stay Free” รองรับการท่องเที่ยวแบบหลายช่วงวัย

กลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนแนวคิดใหม่ของตลาดท่องเที่ยวที่มุ่งสร้าง “ประสบการณ์เฉพาะตัว” มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

 

ปรับตัวเพื่อความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทย

ท้ายที่สุด ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเห็นตรงกันว่า ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกลายเป็น “สภาพปกติใหม่” ของโลก

 

นางสาววริษฐามองว่า ความท้าทายนี้จะกลายเป็นโอกาส หากภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภค

“แม้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความผันผวนในบางช่วงเวลา แต่หากสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งด้านความคุ้มค่า ความสะดวก และประสบการณ์ ก็จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยได้”

 

ในขณะที่ความเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมทวีความซับซ้อนขึ้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงไม่ได้หยุดนิ่ง หากแต่กำลังปรับตัวสู่รูปแบบใหม่ ที่ยืดหยุ่น มีประสบการณ์เฉพาะตัว และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญของการเติบโตในยุคภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน

ข่าวล่าสุด

PSL แจงเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ไม่กระทบการเงิน-การดำเนินงาน