รัฐบาล เร่งถกรับมือน้ำมันแพง จ่อชงมาตรการเข้า ครม.พรุ่งนี้
“เอกนิติ” เผยรัฐบาลประชุมด่วน ถกรับมือน้ำมันแพงหลังพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เบื้องต้นกองทุนน้ำมันพยุงราคาระยะสั้น เร่งหารือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสนอครม.พรุ่งนี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งหารือมาตรการรับมือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยแนวทางบริหารจัดการจะครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจให้ได้มากที่สุด
โดยเบื้องต้นยังคงใช้กลไกของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพยุงราคาระยะสั้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการกำหนดมาตรการดูแลในกรอบ 15 วัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง จึงจำเป็นต้องหารือถึงแนวทางบริหารจัดการเพิ่มเติม วันนี้จะไปประชุมด่วน เรื่องกลไกว่าจะทำอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะกลาง และเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569)
“จากวิกฤตพลังงาน เราต้องปรับตัวสู่พลังงานสะอาด เพราะฟอสซิลแพงและหายากมากในตอนนี้ กระทรวงพลังงานบอกสำรองไว้ 90 วัน จริงๆ ไทยมีพลังงานที่มาจากสินค้าเกษตรเช่น เอทานอล กระทรวงพลังงานมีแผนเกี่ยวกับใช้พลังงานจากสินค้าเกษตรภายในประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เอทานอล ที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลัง"
ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า การผลักดันพลังงานทางเลือกดังกล่าว จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันฟอสซิลที่มีต้นทุนสูงในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับตัวในประเทศ แล้วเอทานอลสามารถทำเป็นพลาสติกได้
ดร.เอกนิติ กล่าวย้ำว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เช่น ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลกและประเทศไทย
"เมื่อช่วงเช้าได้มีการติดต่อกับทางกระทรวงพลังงาน เพื่อให้ปรับสัดส่วนการใช้เอทานอลให้มากขึ้น โดยเอทานอลนี้ผลิตมาจากอ้อยและมันสำปะหลังที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรของไทย แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัว เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้น้ำมันฟอสซิลมีราคาแพงและหาได้ยาก นอกจากจะช่วยเรื่องความมั่นคงทางพลังงานแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของไทยอีกด้วย"
นอกจากการใช้เป็นพลังงานโดยตรงแล้ว ยังมีข้อแนะนำ ซึ่งต้องหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเพิ่มเติม ในการนำเอทานอลไปต่อยอดในอุตสาหกรรม พลาสติกชีวภาพ (Bio-plastic) เพื่อใช้ผลิตขวดน้ำแทนการใช้สารสกัดจากน้ำมัน (Ethylene)


