เปิดเกมใหม่รับสังคมสูงวัย ดัน Digital–AI พลิกโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
คนตายมากกว่าคนเกิด ภาคอุตสาหกรรมเตือนโมเดลแรงงานเข้มข้นถึงทางตัน ดัน Next Gen Industry ใช้ระบบอัตโนมัติแทนคน ขณะที่อสังหาฯ เล็งดึงผู้สูงอายุต่างชาติสร้างตลาดใหม่
KEY
POINTS
- วิกฤตประชากรคนตายมากกว่าเกิด สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ทางรอดต้องทิ้งโมเดลแรงงานเข้มข้น มุ่งสู่ Next Gen Industry ใช้ระบบอัตโนมัติและ AI ทดแทน
- พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยเป็นโอกาส ภาคอสังหาริมทรัพย์เล็งเจาะตลาด Silver Age ดึงดูดผู้สูงอายุต่างชาติกำลังซื้อสูงมาพำนักในไทย
- รพ.ต้องปรับตัวจากการรักษาเฉพาะทางสู่ศาสตร์การฟื้นฟูรับสูงวัยย้ายถิ่นฐาน
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญทางด้านประชากรศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางเศรษฐกิจ สังคม และการวางแผนธุรกิจในอนาคต เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลสำมะโนประชากรและเคหะในรอบ 10 ปี พบว่าประเทศไทยมีประชากรรวมประมาณ 70.3 ล้านคน แต่อัตราการเพิ่มของประชากรลดลงเหลือเพียง 0.42% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา อัตราการตายเริ่มสูงกว่าอัตราการเกิด โดยมีเด็กเกิดใหม่เพียงปีละประมาณ 4 แสนคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 5 แสนคนต่อปี อีกทั้งโครงสร้างครอบครัวยังเล็กลง โดยมีขนาดครัวเรือนเฉลี่ยเหลือเพียง 2.5 คน จากเดิมที่เคยสูงถึง 6 คนในช่วง 45 ปีก่อน
สู้ปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วย Digital –AI
เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญกับภาวะ “แก่ก่อนรวย” ซึ่งเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่รุนแรงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง อุตสาหกรรมไทยในอดีตที่เน้นการใช้แรงงานเข้มข้น กำลังถึงทางตันเนื่องจากขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
ดังนั้นทางออกของอุตสาหกรรมต้อง มุ่งเน้นไปที่การใช้ Digital และ AI ภายใต้นโยบาย "Strategy 4 Go" อุตสาหกรรมต้องปรับตัวไปสู่ Go Digital and AI เพื่อใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานที่หายไป ถือเป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นทางออกที่มีศักยภาพสูงในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานของไทย ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตโครงสร้างประชากรที่คนเกิดน้อยกว่าคนตาย
การปรับเปลี่ยนสู่ Next Gen Industry : ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานเข้มข้น ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจเดิมที่เริ่มล้าสมัย ไปสู่ "Next Gen Industry" ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่เน้นการ "ทำน้อยได้มาก"โดยใช้ระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แทนการพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมากที่ไม่สามารถหาได้เพียงพอในปัจจุบัน เลิกพึ่งพาการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ที่รอข้อมูลจากบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว
การทดแทนแรงงานที่หายไป AI และเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานและลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดสำหรับประเทศที่ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" ที่มีสัดส่วนวัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เขาสะท้อนว่า การลดจำนวนพนักงานในอุตสาหกรรมที่ถูก Disrupt เช่น ระบบสถาบันการเงิน เทคโนโลยีได้เข้ามา Disrupt จนสามารถ ลดจำนวนสาขาและจำนวนคนลงได้ ในขณะที่ยังคงสามารถสร้างกำไรระดับสูงสุดใหม่ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถทำงานแทนคนได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง
เปิดตลาด Silver Age โลก
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่าปัญหาเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากรทำให้คนเข้าถึงการซื้อบ้านหลังแรกได้ยากขึ้น แต่ในวิกฤตนี้ยังมีโอกาส โดยเฉพาะการดึงดูดผู้สูงอายุจากต่างประเทศที่ต้องการที่อยู่อาศัยในไทย เนื่องจากค่าครองชีพที่ถูกกว่าและการบริการที่ดีกว่าในต่างประเทศ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นบ้านหลังที่สองของคนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นและยุโรป การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ Silver Age หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อ โดยเน้นแนวคิด Universal Design และการบริการด้านสุขภาพภายในโครงการ เช่นแนวคิดในการสร้างคอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ โดยดึงบริการทางการแพทย์เข้าไปไว้ภายในโครงการเพื่อสร้างความสุขและการดูแลที่ครบวงจร
แต่แนวคิดนี้ก็ยังมีอุปสรรคทางด้านกฎหมายและโครงสร้าง ซึ่งปัจจุบันกฎหมายอนุญาตให้ต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมได้เพียง 49% ส่วนที่ดินหรือบ้านแนวราบยังติดข้อห้ามหลายอย่าง ทำให้เกิดการใช้ระบบ "นอมินี" และประเทศไทยยังไม่มีโครงสร้างกฎหมายที่ชัดเจนและถาวรในการเชิญชวน "คนคุณภาพ" หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพให้เข้ามาพำนักในระยะยาวหรือมีบ้านหลังที่สองอย่างถูกกฎหมาย
เขาอธิบายเพิ่มว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ใช้ข้อมูลเอกชนอยู่แล้วทุกปี แต่การที่สำนักงานสถิติแห่งชาติปักหมุดข้อมูลรายจังหวัด จะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์สถิติในแต่ละพื้นที่ได้แม่นยำขึ้น ดังนั้นจึงเสนอให้มี National One Number รวม ข้อมูลที่มีเลขประจำตัวให้เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน อาทิ เลขประจำตัวประชาชน เลขที่โฉนดที่ดิน ข้อมูลภาษีเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นการเคลื่อนไหวของประชากรแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยในการวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปรับโมเดลรับเทรนด์ผู้สูงอายุที่พร้อมจ่าย
นายแพทย์เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ นายกสมาคมการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย เสนอแนวคิดการปรับเปลี่ยนมุมมองจากสังคมสูงวัยไปสู่ “สังคมอายุยืน” ซึ่งเน้นการทำให้ประชากร “ติดสังคมให้นาน ป่วยให้สั้น และตายให้ไว” (หมายถึงการมีสุขภาพดีจนนาทีสุดท้าย)
โรงพยาบาลในต่างจังหวัดต้องปรับแผน เน้นการส่งเสริมและป้องดูแลสุขภาพ มากกว่าแค่การรักษา เพื่อให้ผู้สูงอายุยังสามารถใช้ชีวิตอย่าง Active ได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยการวางแผนโรงพยาบาลต้องสอดรับกับการเปลี่ยนถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในอนาคตที่อาจขยายตัวไปยังจังหวัดต่างๆ มากขึ้น
การส่งเสริมสุขภาพให้ผู้สูงอายุยังคงมีความกระฉับกระเฉง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้สูงอายุทั่วโลกยินดีจ่ายเพื่อแลกกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
ข้อมูลประชากร กุญแจพลิกวิกฤตสู่โอกาส
ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สรุปภาพรวมว่าแม้โครงสร้างประชากรจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่การบริหารจัดการข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เราพลิกวิกฤตนี้เป็นโอกาสได้ การใช้สถิติและ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของประชากรจะช่วยให้ธุรกิจวางแผนได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลเนส อุตสาหกรรม หรืออสังหาริมทรัพย์
ต้องมีการดึงข้อมูลประชากรแฝงออกมาด้วย เพื่อให้เกิดการสร้างนโยบายที่ดึงดูดกลุ่มแรงงานทักษะสูง และประชากรแฝงให้เข้ามาในประเทศ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาระดับกำลังซื้อและทดแทนแรงงานที่ลดลง
บทสรุป : แม้จำนวนคนเกิดในไทยจะลดลง แต่ภาคเอกชนมองว่าเป็นโอกาสในการดึงกลุ่มกำลังซื้อสูงจากต่างชาติเข้ามา การสร้างคอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ โดยมีการดึงบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปให้บริการถึงในโครงการ เพื่อให้เป็นที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและการใช้ชีวิต
การสร้างอาชีพใหม่ในท้องถิ่น โดยสามารถฝึกฝนคนในพื้นที่หรือเยาวชนให้เป็น "ผู้ช่วยพยาบาลหรือผู้ดูแล" เพื่อรองรับตลาดผู้สูงอายุต่างชาติ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้


