posttoday
แค่ยกแรกไทย-กัมพูชา แบงก์ผวาธุรกิจทรุด

แค่ยกแรกไทย-กัมพูชา แบงก์ผวาธุรกิจทรุด

09 กุมภาพันธ์ 2554

....ทีมข่าวการเงิน

วิกฤตชายแดน ไทยกัมพูชา ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้กับคนไทยเท่านั้น แต่บรรดานายแบงก์และนักธุรกิจก็วิตกกังวลไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ ได้ขยายสาขาไปลงทุนในกัมพูชาจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น พนมเปญ หรือเสียมราฐ

ภาวะที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจเริ่มขาดความมั่นใจว่าอนาคตความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะสั่นสะเทือนมากน้อยแค่ไหน

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ยอมรับว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็ได้คุยกับลูกค้าแล้ว แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว แต่อาจกระทบการค้าชายแดน ก็หวังว่าเหตุการณ์จะจบได้เร็ว

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลต่อแผนธุรกิจของธนาคาร เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะสงบลงได้อย่างดี ขณะที่ปัญหาการเมืองในประเทศก็ไม่น่ามีปัญหาเช่นกัน” ชาติศิริ ระบุ

ด้าน นะเพ็งพาแสง กฤษณามระ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารกัมพูชาพาณิชย์ ซึ่งเป็นธนาคารในเครือของธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งอยู่ในกัมพูชา 4 แห่ง ได้แก่ สาขาพนมเปญ สาขาพระตะบอง สาขาเสียมราฐ และสาขาสีหนุวิลล์ ยังเปิดทำการปกติ แต่ธนาคารมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ผ่านการติดต่อและประเมินสถานการณ์โดยสถานทูต

“ขณะนี้เช็กไปในตัวเมือง ทุกอย่างยังปกติ ในเสียมราฐยังปกติอยู่ มีการรายงานกันตลอด ส่วนสาขาที่อยู่แนวตะเข็บชายแดนก็ดูแลอยู่ เขตจะรายงานมายังสำนักงานใหญ่” นะเพ็งพาแสง กล่าว

แหล่งข่าวจาก ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สาขาของธนาคารที่เปิดในกัมพูชามี 2 แห่ง ได้แก่ ที่พนมเปญ และเสียมราฐ ขณะนี้ยังเปิดทำการตามปกติ ธนาคารมีการประเมินสถานการณ์ตลอด รวมทั้งสาขาตะเข็บชายแดนก็ยังไม่น่าเป็นห่วง ที่ตั้งสาขาห่างจากจุดเกิดเหตุ 50 กิโลเมตร

แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สาขาของธนาคารบริเวณชายแดนจ.ศรีษะเกษ ใกล้สุดอยู่ที่สาขาเทสโก้โลตัส ห่างประมาณ 40 กิโลเมตร ฉะนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่สาขาต้องมีการรายงานสถานการณ์ให้เขตได้รับทราบ ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ และธนาคาร กสิกรไทย ไม่มีสาขาอยู่ในประเทศกัมพูชา

เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างไทยกัมพูชา จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ทั้งในแง่การเติบโตของจีดีพีที่คาดว่าจะอยู่ที่ 45%

เนื่องจากไทยมีมูลค่าการค้ากับกัมพูชาอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าโดยรวม อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นไทยอาจได้รับผลกระทบในภาคการท่องเที่ยวและมูลค่าการค้าชายแดนที่ลดลง หากเหตุการณ์ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ

“ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น เพราะธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้การค้าตามแนวชายแดนจะได้รับผลกระทบจากการปิดด่าน แต่เชื่อว่าผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจยังคงไม่มีนัยสำคัญ เพราะฐานการผลิตส่วนใหญ่ของไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่พิพาท และรัฐบาลทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในกรอบที่สามารถเจรจากันได้” เชาว์ ระบุ

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายวิตกว่าเงินลงทุนต่างชาติจะไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เชื่อว่า สถานการณ์คงจะไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น เพราะนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่มีความเข้าใจต่อเหตุการณ์ และยังให้ความสนใจไปที่ปัญหาความขัดแย้งในประเทศอียิปต์มากกว่า

เชาว์ กล่าวว่า ปัจจัยที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจในปีนี้มากที่สุดยังคงเป็นเรื่องแรงกดดันทางเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหมวดอาหารและพลังงาน ซึ่งต้องจับตาดูการใช้นโยบายการเงินจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิดต่อไป

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยกัมพูชา จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไม่มาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ผลกระทบด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะกรณีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 ซึ่งอาจทำให้ความน่าดึงดูดของไทยลดลงและนักลงทุนหันไปเลือกลงทุนในประเทศอื่นในภูมิภาคแทน

“ผลกระทบที่คำนวณออกมาเป็นตัวเลขคงมีไม่มาก เพราะเศรษฐกิจกัมพูชามีขนาดเล็กมาก คิดเป็นเพียง 4% ของจีดีพีไทย สำหรับด้านการส่งออกกระทบเช่นกัน เพราะเราส่งออกไปกัมพูชาเพียงแค่ 1% ของการส่งออกทั้งหมด แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือผลข้างเคียงที่จะกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วจากเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา” เศรษฐพุฒิ ระบุ

ในส่วนของด่านชายแดนนั้น ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศุลกากรยังคงปิดด่านศุลกากรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ จนกว่าจะมีการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่มีความปลอดภัย

ส่วนด่านการค้าชายแดนอื่นที่ติดกับกัมพูชายังคงเปิดทำการค้าขายตามปกติจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากฝ่ายความมั่นคง แต่เพื่อความปลอดภัยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การปิดด่านดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรมากนัก เพราะมูลค่าการค้าในพื้นที่ดังกล่าวไม่มาก เนื่องจากมีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกัน ซึ่งต่างจากด่านการค้าตามแนวชายแดนแห่งอื่นที่มีมูลค้าการค้ามาก อาทิ ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และด่านในพื้นที่ภาคใต้

“เราได้กำชับเจ้าหน้าที่ของเราให้ระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ และคอยปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งหากมีคำสั่งให้ปิดด่านอื่นๆ อีก ทางกรมก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามในทันที” ประสงค์ กล่าว

ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าความรู้สึกของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทยกัมพูชานั้นขณะนี้คงอยู่ในแง่ลบ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศและสื่อมวลชนที่ต้องเร่งทำความเข้าใจให้กับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสังคมโลกให้มากที่สุด เพราะในแง่ธุรกิจเองเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีประโยชน์ต่อใคร

ระหว่างนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งหาทางออกให้เร็วที่สุด เพราะกว่า 40% ของสินค้าที่กัมพูชานำเข้าทั้งหมดมาจากไทย ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบในเชิงธุรกิจในวงกว้างมากขึ้น นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ สายนโยบาย

การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาสถานการณ์ไทยปะทะกับกัมพูชาในขณะนี้ยังมองว่ากระทบเศรษฐกิจไทยไม่มาก เพราะถ้าดูจากมูลค้าการค้าระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีมูลค่าเพียงหลักหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค้าการค้าระหว่างประเทศรวมแล้วกว่า 6 ล้านล้านบาท ถือว่ามีสัดส่วนที่น้อย

“ณ ขณะนี้ถือว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก แต่เราไม่อยากให้มองแค่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว เพราะเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ควรติดตามผลกระทบด้านอื่นๆด้วย” นายทรงธรรมกล่าว

นายทรงธรรม กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ในประเทศอียิปต์ ที่มีผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลนั้น ยังไม่เกินคาดการณ์ที่ธปท.คาดไว้ ซึ่งการส่งออกน้ำมันผ่านคลองของประเทศอียิปต์มีสัดส่วนไม่เกิน 4% ของปริมาณการส่งน้ำมันของโลก และขณะนี้ก็ยังสามารถทำได้อยู่ โพสต์ทูเดย์ – ธปท.ยืนยันสถานการณ์กัมพูชายังไม่กระทบค่าเงินบาท ระบุเงินบาทยังเคลื่อนย้ายในช่วงแคบอยู่ระดับ 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

น.ส. วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เนื่องจากค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.8030.83 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และในช่วงประมาณ 13.00น.แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 30.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

“การเคลื่อนไหวของตลาดเงินตอนนี้ยังไม่สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์มากนัก อีกอย่างยังเร็วไปที่จะสถานการณ์จะกระทบ เพราเหตุการณ์พึ่งจะเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ติดช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ตอนนี้ก็แค่ครึ่งวันจันทร์ มันยังเร็วไป” น.ส.วงษ์วธูกล่าว

น.ส.วงษ์วธู เปิดเผยว่า คาดว่าเงินบาทจะยังอยู่ในทิศทางผันผวนต่อไป เนื่องจากธุรกรรมในตลาดยังน้อย เพราะยังเป็นช่วงต่อเนื่องจากวันหยุดในเทศกาลตรุษจีน ตลาดยังบาง ทำให้ค่าเงินบาทยังน่าจะผันผวนต่อไปอีก อย่างไรก็ตามในการดูแลธปท.ไม่ต้องเข้าไปทำอะไรมากนัก เนื่องจากตลาดยังมีการเคลื่อนไหว 2 ทาง ทำให้ธุรกรรมมีความสมดุลพอสมควร

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน