posttoday

วายุภักษ์ หนึ่ง ตอกย้ำกองทุนแกร่งปี 68 ปันผลพุ่ง 6.09% ฝ่าตลาดหุ้นไทยผันผวน

15 มกราคม 2569

วายุภักษ์ หนึ่ง โชว์ผลงานปี 2568 เด่น จ่ายปันผลรวม 6.09% สูงกว่าตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางตลาดหุ้นไทย ผันผวน เตรียมจ่ายงวดล่าสุด 22 ม.ค.นี้

KEY

POINTS

  • กองทุนวายุภักษ์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีแม้เผชิญกับสภาวะตลาดหุ้นไทยที่มีความผันผวนสูงและปรับตัวลดลง
  • ประกาศจ่ายเงินปันผลรวมสำหรับปี 2568 ที่ 0.6092 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนสูงถึง 6.09% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเงินปันผลของกองทุนฯ อยู่ในระดับที่สูงกว่าผลตอบแทนโดยรวมของตลาดหุ้นไทย

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนวายุภัคษ์ หนึ่ง (กองทุนฯ) เสนอขายหน่วยการลงทุนประเภท ก.ให้ประชาชนทั่วไปวงเงิน 150,000 ล้านบาท บาท โดยมีระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้น 10 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2577) และมีโดยราคาเสนอขายหน่วยละ 10 บาท และเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2567 โดยล่าสุด ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ราคาปิดอยู่ที่ 10.70 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ในปี 2568 ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง โดย SET Index ปิดสิ้นปีที่ 1,259.67 จุด ลดลงจาก 1,400.21 จุดในปีก่อน และเคยทำจุดต่ำสุดที่ 1,053.79 จุด อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ บริหารพอร์ตด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มั่นคง ยั่งยืน และมีธรรมาภิบาล ควบคู่การจัดสรรสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยังสร้างผลตอบแทนได้ดี โดยจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.4604 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 22 มกราคม 2569 (ขึ้น XD วันที่ 5 มกราคม 2569) เมื่อรวมกับปันผลครึ่งปีแรก 0.1488 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ทั้งปี 2568 จ่ายปันผลรวม 0.6092 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นผลตอบแทน 6.09% ต่อปี และยังคงมุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้ผู้ลงทุนระยะยาว

หาก Benchmark  ของโครงการ ซึ่งคำนวณจากพอร์ตผสมระหว่างดัชนีหุ้น SET 50% และตราสารหนี้ในสัดส่วน 50% พบว่ากองทุนยังทำผลงานได้ดีกว่าเกณฑ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปี 2568 กองทุนสามารถจ่ายเงินปันผลรวม 6.09% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปีถึงเท่าตัว สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารพอร์ตและมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่แข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มปี 2569 นายลวรณระบุว่า ปัจจัยลบมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากต่างประเทศ เช่น นโยบายสหรัฐฯ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดทุนและบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ได้เตรียมรับมือไว้แล้ว

ข่าวล่าสุด

"หวังเหล่าจี๋" ชาสมุนไพรจีนตำนาน 200 ปี สู่ศึกชิงกระป๋องแดง