เฟซบุ๊ก ต้องทำอะไรบ้าง หากต้องเข้าระบบตามกฎหมาย DPS ภายในปีนี้
เปิดรายละเอียด 2 ประกาศแพลตฟอร์มดิจิทัล คุมเฟซบุ๊ก เข้าระบบค้าออนไลน์-กรองโฆษณามิจฉาชีพ ก่อน ETDA เริ่มบังคับใช้ภายในปีนี้
ภายในปีนี้ เฟซบุ๊กต้องอยู่ภายใต้กฎหมายดิจิทัลแพลตฟอร์มของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (พระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ หรือ พ.ร.ฎ. DPS ) 2 ประกาศ คือ การจดแจ้งข้อมูลการค้าขายเหมือนอีมาร์เก็ตเพลส และ การยืนยันตัวตน กลั่นกรองเนื้อหาอย่างเข้มข้นของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแฝงตัวมาหลอกลวง
สำหรับประกาศแรก ประกาศฯ การดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภท โซเซียล คอมเมิร์ซ (โซเซียล มีเดีย ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย) ที่มีลักษณะเฉพาะ ตาม ม. 18(2) เพิ่มเติม คาดว่าจะประกาศใช้ในปีนี้ โดยอ้างอิงจากหลักการของประกาศเดิมที่บังคับใช้กับอีมาร์เก็ตเพลส ทำให้เฟซบุ๊กอาจต้องจดแจ้งข้อมูลตามกฎหมายกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ดังนี้
☑️การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม
☑️การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้วยระบบที่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องมีการ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามความเหมาะสม
☑️การตรวจสอบการขายหรือการโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานของสินค้า เช่น มาตรฐานตามกฎหมายของ สมอ. และ อย.
☑️การแสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสินค้า
☑️ รายงานผลการดำเนินการต่อหน่วยงานของรัฐเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามการดำเนินการตามมาตรการและหน้าที่ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
☑️การจัดให้มีกระบวนการแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down) เมื่อพบกรณีที่เข้าข่ายต้องดำเนินการ ต้องแจ้งเตือน และระงับการแสดงรายการสินค้า ชื่อผู้ขาย และ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ประกาศกำหนด
☑️พร้อมทั้งกำหนดให้มีมาตรการ ดูแลและเยียวยาผู้เสียหาย ตามสมควร
ส่วนประกาศที่ 2 คาดว่าจะบังคับใช้เดือนมีนาคม 2569 นั่นคือ (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566) ซึ่งกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวง และฉ้อโกง เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณา ยืนยันช่องทางติดต่อ ตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ต้องยอมรับปัญหาเพจปลอมการหลอกลวงออนไลน์เกิดขึ้นบนเฟซบุ๊กจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด
ต้องจับตาดูว่า ทั้ง 2 ประกาศนี้ หากถูกออกมาบังคับใช้กับเฟซบุ๊กแล้วปัญหาการฉ้อโกง หรือ การหลอกลวงออนไลน์จะลดลงหรือไม่


