
ดีแทคตีจากสิงคโปร์
บอร์ดดีแทคอนุมัติถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ลดสถานะการเทรดหุ้นจากกระดานหลักมากระดานรอง
บอร์ดดีแทคอนุมัติถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ลดสถานะการเทรดหุ้นจากกระดานหลักมากระดานรอง
คณะกรรมการบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2554 อนุมัติการเปลี่ยนแปลงสถานะการจดทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ไปจดทะเบียนในกระดานรองเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพื่อเตรียมถอนหุ้นออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์
น.ส.วัณนา พรสินศิริรักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินและบัญชี DTAC เปิดเผยว่า สาเหตุที่จะนำหุ้นออกจากการซื้อขายในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เนื่องมาจากหุ้นของบริษัทขาดสภาพคล่อง มีการซื้อขายเพียงวันละ 1 ล้านหุ้น หรือ 1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทในช่วงปี 2553 จากที่เคยซื้อขายสูงถึงวันละ 2526 ล้านหุ้น ในปี 2549 ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะซื้อขายในตลาดหุ้นสิงคโปร์ต่อไป โดยนักลงทุนสามารถเข้ามาซื้อหุ้น DTAC ที่ตลาดหุ้นไทยได้
“ในอดีตดีแทคเป็นบริษัทลูกของบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเคชั่น (UCOM) จึงไม่สามารถจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยซ้อนกับบริษัทแม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องไปเป็นบริษัทจดทะเบียนที่สิงคโปร์ เมื่อเราแยกเป็นเอกเทศจาก UCOM จึงกลับมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอีกตลาดหนึ่ง หรือดูโอลิสติง และตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ไม่มีสภาพคล่องของหุ้นเลย จึงไม่มีประโยชน์หากจะจ่ายค่าสมาชิกในฐานะบริษัทจดทะเบียน และเปิดเผยข้อมูลที่สิงคโปร์ จึงคิดว่าไม่มีมูลค่าเพิ่ม” น.ส.วัณนา กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าหากจดทะเบียนในตลาดรองครบ 3 ปี บริษัทจะโยกหุ้นกลับมาซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเพียงแห่งเดียว
สำหรับผลประกอบการของ DTAC ปี 2554 เชื่อว่าจะพยายามรักษากำไรให้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1.09 หมื่นล้านบาท จากรายได้ที่เติบโตประมาณ 5% จากรายได้ปี 2553 อยู่ที่ 7.24 หมื่นล้านบาท ภายใต้ส่วนแบ่งรายได้สัมปทานที่ต้องจ่ายเพิ่มให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จาก 25% เป็น 30% และกลับมาจ่ายภาษีนิติบุคคลปกติที่ 30% หลังหมดอายุการลดหย่อนในฐานะบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนั้น มีความเป็นไปได้ว่าอัตราการจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2554 จะเพิ่มจาก 50% ของกำไรสุทธิ เป็น 70% ของกำไรสุทธิเท่าผลงานปี 2553 ที่จะขออนุมัติจ่ายปันผลเพิ่มจาก 50% เป็น 70% หรือจ่ายเพิ่มอีกหุ้นละ 3.21 บาท ที่จะขออนุมัติเจ้าหนี้หุ้นกู้เดือน เม.ย. 2554
“ปีนี้หุ้นกู้สองล็อต 3,000 ล้านบาท และ 2,000 ล้านบาท จะหมดอายุ ซึ่งเรากำลังพิจารณาปรับโครงสร้างทุน ทำให้เรามีสิทธิกำหนดอัตราการจ่ายปันผลได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากเจ้าหนี้หุ้นกู้” น.ส.วัณนา กล่าว
ปี 2553 DTAC สร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้เติบโตทะลุเป้าจากที่เคยตั้งไว้เลขหลักเดียว เป็น 10.1% หากหักรายการพิเศษจะมีรายได้ปกติเติบโต 8.9% กระแสเงินสดเคยตั้งเป้าไว้ 1.7 หมื่นล้านบาท ทำได้ 2.1 หมื่นล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่เคยปรับขึ้นมา 1.9 หมื่นล้านบาท ช่วงไตรมาส 3 ปี 2553 นอกจากนั้นยังได้ลูกค้าใหม่ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 ล้านราย เป็น 2 ล้านราย
ด้านราคาหุ้นวันที่ 8 ก.พ. ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดที่ 1.32 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ลดลง 0.020 เหรียญสหรัฐ หรือติดลบ 1.493% นับว่าสวนทางกับราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย ระหว่างวันขึ้นไปถึง 42.50 บาท แต่สุดท้ายปิดที่ 41.75 บาท บวก 0.75 บาท หลังมีข่าวดีเรื่องบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 3.21 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 7.68% ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 29 เม.ย.นี้ กำหนดจ่ายเงินวันที่ 19 พ.ค. 2554







