
ปัจจัยลบรุมทุบอสังหาฯ
โพสต์ทูเดย์
— ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ประเมินปัจจัยลบรุมกินโต๊ะ คาดตลาดบ้านหดตัวลง 5% ขณะที่ยอดโอนจดทะเบียนปี 2553 พุ่งกระฉูดนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2554 จะชะลอตัวประมาณ 5% จากปี 2553 เนื่องจากมีปัจจัยลบที่จะเข้ามากระทบกับธุรกิจด้วยกันหลายปัจจัย
ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น เงินเฟ้อที่ปรับขึ้นตามมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (LTV) ราคาน้ำมัน ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้น และความไม่สงบทางการเมือง ที่จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
ขณะที่ปัจจัยบวก มีเพียงภาพ รวมของเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวได้ดี และความต้องการซื้อบ้านของผู้บริโภคที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่หากภาวะการเมืองสงบก็จะกลายเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจด้วยเช่นกัน
สำหรับการลงทุนโดยภาพรวมผู้ประกอบการจะยังคงเดินหน้าเปิดโครงการคอนโดมิเนียมอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนหน่วยที่เปิดใหม่จะลดลงหรือเน้นพัฒนาโครงการขนาดเล็ก ทำให้จำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี 2554 จะน้อยกว่าปี 2553 โดยผู้ประกอบการจะหันมาพัฒนาโครงการแนวราบประเภททาวน์เฮาส์แทน และการพัฒนาโครงการจะกระจายตัวออกไปสู่บริเวณกรุงเทพฯ รอบนอก และปริมณฑล เนื่องจากที่ดินพื้นที่ชั้นในมีราคาแพง อีกทั้งการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทำให้เกิดทำเลที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ขึ้น
ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553 มีอัตราการเติบโตดีมากในทุกประเภท เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งปีจำนวน 1.78 แสนหน่วย เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2552 คิดเป็นมูลค่า 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2552 ในจำนวนดังกล่าวเป็นหน่วยขายใหม่ 53% และหน่วยขายมือสอง 47%
ด้านที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ปี 2553 มีจำนวน 1.05 แสนหน่วย เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2552 ที่มีจำนวน 9.5 หมื่นหน่วยแบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ 6.5 หมื่นหน่วย และปริมณฑล 3.9 หมื่นหน่วย แบ่งตามประเภทที่อยู่อาศัยได้แก่ ห้องชุด 57,200 หน่วย, บ้านเดี่ยว 31,900 หน่วย, ทาวน์เฮาส์ 12,400 หน่วย อาคารพาณิชย์ 2,300 หน่วย และบ้านแฝด 1,400 หน่วย







