WHA มอง ‘กรีนต้องกินได้’ เพราะความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุนแต่คือการลงทุน
WHA มองการยกระดับภาคธุรกิจให้เติบโตในเศรษฐกิจสีเขียว เน้น ‘กรีนต้องกินไ’ด้ เพราะความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุนแต่คือการลงทุน
KEY
POINTS
- WHA ชูแนวคิด ‘กรีนต้องกินได้’ โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนที่สร้างโอกาสและผลตอบแทนทางธุรกิจ
- พิสูจน์แนวคิดผ่าน 3 ธุรกิจสีเขียวที่สร้างรายได้รวมกว่า 900 ล้านบาทในปี 2567 ได้แก่ ธุรกิจ EV Ecosystem, พลังงานหมุนเวียน (โซลาร์) และการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่
- ธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเหล่านี้ไม่เพียงสร้างผลกำไร แต่ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2030
มณฑิกา เจริญยิ่งวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความยั่งยืนองค์กร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA กล่าวถึง การยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ในหัวข้อ A Sustainability Base to Support Business Growth ภายในงานสัมมนา SUSTAINABILITY FORUM 2026 Shift Forward: Overcoming Challenges ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ วันนี้ (4 ธันวาคม 2568) ว่า
ธุรกิจของ WHA เกี่ยวข้องกับการสร้าง Infrastructure ซึ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะต้องสร้างความเจริญ อาชีพ รายได้ และความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่ WHA ไปทำธุรกิจ
จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ถูกพัฒนาไปสู่วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์ 5 ข้อ ได้แก่
- รับผิดชอบด้านการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การเสริมสร้างโอกาสให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ธรรมาภิบาลที่ดี และการจัดการที่โปร่งใส รวมถึงการส่งเสิรมนวัตกรรม
- ความเป็นผู้นำในเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง People Planet และ Performance
- ช่วยผู้ที่เกี่ยวข้องทรานสฟอร์มไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวด้วยกัน
โดยความสำเร็จที่ WHA ทำได้และเป็นความภาคภูมิใจคือบริษัทสามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ตั้งแต่ปี 2021 และมีเป้าหมายที่จะไปสู่ Net Zero ในปี 2030
คอนเซปต์ Green และกินได้ ‘ธุรกิจดี ยั่งยืนนาน’
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความยั่งยืนองค์กร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า WHA มองว่า เรื่องของความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของต้นทุน แต่เป็นเรื่องของโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้
การทำธุรกิจที่มองประเด็นความยั่งยืน นอกจากจะเป็นธุรกิจไปได้ดีแล้วยังดีกับโลกด้วย โดยมณธิกา เจริญยิ่งวัฒนา ได้ยกตัวอย่าง 3 ธุรกิจสำคัญของ WHA ที่สะท้อนถึงนโยบายดังกล่าว ได้แก่
ธุรกิจที่ 1 Mobilix
Mobilix คือ EV Ecosystem ได้แก่ การมีรถ EV ให้เช่า สถานีชาร์จทั้งในแบบสาธารณะและการสร้างจุดชาร์จให้แก่ลูกค้า และแอปพลิเคชัน Mobilix ที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการในด้านต่างๆ อย่างครบวงจร โดยดำเนินงานตั้งแต่ปี 2023
เมื่อมองถึงมูลค่าของธุรกิจ Mobilix ซึ่งเป็นธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนในด้านขนส่ง สามารถสร้างมูลค่าในปี 2024 อยู่ที่ 132 ล้านบาทแล้ว จากการมีรถเช่ากว่า 330 คัน และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ออกไซด์ ได้ถึง 2,800 ตันคาร์บอน
ธุรกิจที่ 2 Renewable Energy หรือธุรกิจโซลาร์
เป็นธุรกิจให้บริการพลังงานหมุนเวียนแก่ลูกค้า สามารถทำเงินได้แล้วกว่า 493 ล้านบาท และลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 61,808 ตันคาร์บอน
ธุรกิจที่ 3 Reclamation Water
หรือการนำน้ำเสียมาปรับปรุงสภาพเป็นเกรด RO ซึ่งสามารถทำเงินได้กว่า 303 ล้านบาท และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 215,071 ตันคาร์บอน
ทั้ง 3 ธุรกิจสร้างรายได้กว่า 900 ล้านบาทในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตกว่าพันล้านบาทในปลายปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจ 'กรีน' สามารถสร้างผลกำไรและยังดีต่อโลกด้วย
นอกจากนี้ WHA ยังพยายามศึกษาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อที่จะเป็นธุรกิจ New S-Curve ของบริษัท เช่น โรงไฟฟ้า SMR หรือธุรกิจรีไซเคิลแผงอีวี หรือแบตเตอรี่ อีกด้วย
“ เรามองไปอีก 5 ปีข้างหน้า เป้าหมายในปี 2030 คือการขยายผลกระทบเชิงบวกให้ทวีคูณมากขึ้น โดยคาดหวังว่าในปี 2030 จะปล่อยรถเช่าเป็น 10,000 คัน มีเมกะวัตต์สะสมกว่า 1,200 เมกะวัตต์ หรือการปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียกว่า 24 ล้านลูกบาศก์เมตร” คุณมณฑิกากล่าว พร้อมฝากประโยคสำคัญที่เป็นหัวใจของการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของ WHA ว่า
"สุดท้ายความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนกลับมา ทั้งต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงรวมทั้งโอกาสและรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโมเดลธุรกิจใหม่"


