
แหล่งเงินทุน ปัจจัยสำคัญธุรกิจ
.....ริต้า ทัพภมาน
เทศกาลฉลองปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนหรือวันตรุษจีน ก็ผ่านพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สัปดาห์นี้ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ แม้ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ดูวุ่นวายอยู่รอบๆ ตัวเรา กับข่าวตามชายแดนทางใต้ อีสาน หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครเมืองหลวง หวังว่าเหตุการณ์ต่างๆ คงสงบในเร็ววัน
แม้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้บางคนรู้สึกหดหู่ เศร้าใจ ตื่นเต้น หรืออย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการนั้นยังคงต้องดำเนินธุรกิจกันต่อไปบนความเสี่ยงต่างๆ ที่ควรพึงระวังตลอดเวลา
สัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงแหล่งเงินทุนหรือแหล่งที่มาของเงินสำหรับธุรกิจไปแล้ว 2 ประเภท ซึ่งได้แก่ บุคคลและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งเงินทุนลำดับต้นๆ ที่เกือบธุรกิจใช้บริการ วันนี้เรามาต่อกันว่าแหล่งเงินทุนอื่นๆ มีอะไรบ้าง
ธนาคารหรือสถาบันการเงิน จัดเป็นแหล่งเงินทุนที่มีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนในระบบเศรษฐกิจมาเป็นเวลานาน โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินนี้มีการจัดตั้งขึ้นนั้นมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ หรือที่เรียกกันว่า
“ธนาคารพาณิชย์” เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย หรือเป็นธนาคารที่มาจากการจัดตั้งจากภาครัฐในวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SMEs Bank) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)นอกจากนี้ ยังอาจรวมถึงสถาบันการเงินประเภทอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทเงินทุน เป็นต้น โดยแหล่งเงินทุนประเภทเหล่านี้ ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะให้การสนับสนุนในรูปแบบของเงินกู้เป็นหลัก ยกเว้น SMEs Bank ที่มีส่วนของการร่วมลงทุนหรือเงินทุนส่วนเจ้าของ ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จัดตั้งจากภาครัฐในปัจจุบัน ต่างล้วนมีเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งสิ้น เพียงแต่ธุรกิจที่จะสามารถได้รับวงเงินสินเชื่อนั้นต้องตรงตามบริการของทางธนาคาร เช่น ธุรกิจภาคการเกษตรพื้นฐาน อาจมีธนาคารที่ให้การสนับสนุนเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเท่านั้น หรือถ้าผู้ประกอบการที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการส่งออก เมื่อไปติดต่อกับ EXIM Bank ก็อาจไม่มีบริการให้วงเงินสินเชื่อธุรกิจตามที่ต้องการ เพราะถือเป็นบริการของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป
แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง คือ ในระบบของธนาคารหรือสถาบันการเงินของประเทศไทย ยังจำเป็นต้องมีหลักประกันในการค้ำประกันสินเชื่อทั้งสิ้น เพียงแต่จะอยู่ในรูปแบบของทรัพย์สินโดยตรง ซึ่งมักจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร ซึ่งหากเป็นผู้ประกอบการ SMEs มักจะมีข้อจำกัดสำคัญในเรื่องของหลักประกันเพื่อการค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าว
แต่ในปัจจุบันธนาคารของรัฐก็มีนโยบายในการสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยการไม่ต้องใช้หลักประกันที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น โครงการสินเชื่อ Fast Track ของ SMEs Bank หรือโครงการธนาคารประชาชน ของธนาคารออมสิน เป็นต้น รวมถึงทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตรง เช่น โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ที่ดินราชพัสดุ แผงเช่าการค้า ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้ในแต่ละบริการของธนาคารของรัฐที่ได้รับมอบหมาย
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรศึกษาเกี่ยวกับบริการต่างๆ ของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ที่เหมาะกับธุรกิจของตัวเองก่อนที่จะไปดำเนินการติดต่อขอเงินกู้ให้ชัดเจน ถึงขอบเขตและเงื่อนไขต่างๆ ในการให้บริการของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ และเนื่องจากในปัจจุบันธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างก็มีการออกบริการเงินกู้ ส่วนบุคคลหรือเงินกู้จากบัตรเครดิต ซึ่งก็ถือว่าสามารถใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับเงินกู้เพื่อ SMEs ได้เช่นกัน เพียงแต่เงินกู้ส่วนบุคคลหรือเงินกู้จากบัตรเครดิตนี้ ถ้ามาใช้ในธุรกิจควรเป็นการใช้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น หรือภายใน 13 เดือน และต้องรีบชำระคืนโดยเร็วที่สุด และต้องระมัดระวังการผิดนัดชำระเพื่อมิให้เป็น Black List ด้วย
กองทุนเงินกู้ที่ตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐ เพื่อสนับสนุนแก่ชุมชนภายใต้นโยบายของภาครัฐ ตัวอย่างเช่น กองทุนหมู่บ้าน ที่รัฐบาลได้กู้เงินจากธนาคารออมสินแล้วนำไปจัดสรรให้หมู่บ้านทำการบริหารเงินทุนดังกล่าวด้วยการปล่อยกู้ หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ให้กับผู้ต้องการกู้ยืมตามวัตถุประสงค์ ซึ่งก็จะมีบางส่วนที่นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ แต่วงเงินที่ได้อาจมีข้อจำกัดในขนาดวงเงิน เนื่องจากมีผู้กู้ยืมจำนวนมากราย แต่อาจเหมาะสมกับผู้ประกอบการใหม่หรือเป็นธุรกิจที่ใช้วงเงินน้อยๆ ในการเริ่มต้นกิจการ หรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ (อ่านต่อฉบับหน้า)
สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการรู้จักแหล่งเงินทุน ศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุน ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา
“ถึงเล็กก็โตได้...ถ้ารู้ทางขยายทุน” วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 13.0016.30 น. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำรองที่นั่งสัมมนาฟรีได้ที่ 022292222






