posttoday
BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

13 พฤศจิกายน 2568

BCPG เผยวิสัยทัศน์ทศวรรษใหม่ “Broadening Horizons of Sustainability” รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center–โครงสร้างพื้นฐานน้ำ–รีไซเคิล เดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

KEY

POINTS

  • BCPG ประกาศกลยุทธ์ทศวรรษใหม่ โดยขยายการลงทุนจากธุรกิจพลังงานสะอาดไปสู่ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และธุรกิจรีไซเคิลภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • รุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมุ่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy) ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนาธุรกิจรีไซเคิล เช่น แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างระบบบริหารจัดการน้ำ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว และ “BCPG” ในเครือบางจาก ถือเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงอุดมการณ์ หากแต่เป็น “กลยุทธ์การเติบโต” ที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2551 จนถึงวันนี้ BCPG ได้กลายเป็นผู้นำด้านพลังงานสีเขียวระดับภูมิภาค และล่าสุดยังทำสถิติ “กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี

 

ล่าสุด บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดแผนกลยุทธ์ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการเติบโต ภายใต้แนวคิด “The Next Decade: Broadening Horizons of Sustainability” ต่อยอดจากความสำเร็จในธุรกิจพลังงานสะอาด สู่การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความยั่งยืนในทุกมิติ” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมตั้งเป้า EBITDA เติบโตเป็น 2 เท่า ภายในปี 2571 สู่ 7,000 ล้านบาท จากปีนี้คาดว่า EBITDA จะอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท และมุ่งสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทในดัชนี SET 50 รวมถึงการได้รับการจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI (Dow Jones Sustainability Index)

 

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฺBCPG

 

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG เปิดเผยว่า ปัจจุบัน BCPG มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,000 เมกะวัตต์ (2 กิกะวัตต์) โดยมีกำลังผลิตจริงอยู่ราว 1.5 กิกะวัตต์ และอีกส่วนอยู่ระหว่างการพัฒนา พอร์ตโฟลิโอของบริษัทครอบคลุมทั้งในสหรัฐอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก - ประเทศไทย สปป.ลาว เวียดนาม และไต้หวัน มีการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำและก๊าซธรรมชาติ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางการตลาด

 

"เราคงไม่ได้สร้างความยั่งยืนผ่านแค่พลังงานสีเขียวแล้ว เราจะขยายไปยังเซ็กเมนต์อื่น ๆ ที่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ดีเหมือนกัน" นายรวีกล่าว

 

BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

 

โครงการสำคัญได้แก่ ในสหรัฐอเมริกา BCPG ได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 แห่ง รวมกำลังการผลิต 857 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในรัฐโอไฮโอและเพนซิลเวเนีย ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการไฟฟ้า “PJM” หนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่ใหญ่และมั่นคงที่สุดของประเทศ สถานการณ์ปัจจุบันของ PJM นับว่าเอื้อต่อผู้ผลิตไฟฟ้าอย่างมาก เนื่องจากความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการเติบโตของ AI และ Data Center ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องปรับเพิ่มค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Market Revenue) จากเดิม 20–30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็นถึง 270 เหรียญต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ส่งผลให้ BCPG ได้รับรายได้เพิ่มกว่า 4 ล้านเหรียญต่อเดือน

 

ขณะเดียวกัน PJM คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 5% ต่อปี หรือราว 5,000 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ถึง 5 แห่งต่อปี ทำให้แนวโน้มรายได้จากตลาดนี้ยังคงสดใสในระยะยาว

 

โครงการพลังงานลมในเวียดนาม

 

สร้างพลังสีเขียวทั่วภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการพลังงานลมในเวียดนาม 2 โครงการ รวมกำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Private PPA) ในประเทศไทย ซึ่งภายในปีนี้จะมีกำลังผลิตรวม 43.6 เมกะวัตต์ เติบโตกว่าเท่าตัว และมีเป้าหมายขยายไปถึง 100 เมกะวัตต์

 

ส่วนใน สปป.ลาว บริษัทถือครองโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Nam San 3A (กำลังการผลิต 69 เมกะวัตต์ และโครงการ Nam San 3B กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในแขวงเชียงขวาง (รวม 115 เมกะวัตต์) ซึ่งเดิมขายไฟให้การไฟฟ้าลาว แต่ต่อมาได้ยกระดับมูลค่าธุรกิจด้วยการสร้างสายส่งข้ามพรมแดน เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้เวียดนามโดยตรง จากความต้องการพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงระยะยาว นอกจากนี้ BCPG ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการพลังงานลมขนาดมหึมา (โครงการพลังงานงานลมมอนซูน)  600 เมกะวัตต์บนสันเขาที่มีลมแรงและเสถียร ซึ่งนับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ และเทียบเท่าพื้นที่ทั้งประเทศสิงคโปร์

 

BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

 

นอกจากลาวและเวียดนามแล้ว บริษัทกำลังขยายพอร์ตไปยังไต้หวัน ด้วยโครงการโซลาร์ฟาร์มที่อยู่ระหว่างพัฒนา เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั่วเอเชีย ทั้งนี้ การขยายการพัฒนาโรงไฟฟ้าในไต้หวัน ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างสถานีและสายส่งขนาด 200 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าในโครงการแล้ว ซึ่งโครงการเหล่านี้จะสามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงเมื่อเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ สนับสนุนรายได้ระยะยาวและกระจายความเสี่ยงในการดำเนินการ

 

พอร์ตฟอลิโอของบีซีพีจีในปัจจุบันจึงมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะเร่งการเติบโตของ EBITDA เป็น 7,000 ล้านบาท ภายในปี 2571

 

BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

 

จากพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต

BCPG ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ในกรอบของ “ผู้ผลิตไฟฟ้า” อีกต่อไป แต่กำลังต่อยอดไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัล” ที่จะกลายเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตัวอย่างเช่น การลงทุนในโครงการคลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งให้รายได้คงที่จากสัญญาเช่าระยะยาวกับบางจากฯ และจะถูกปรับบทบาทให้เป็น “Export Terminal” สำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบิน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) รวมถึง “Import Terminal” สำหรับน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อรองรับ Green Liquid Fuels ในอนาคต

 

อีกหนึ่งธุรกิจที่ BCPG กำลังผลักดันคือ District Cooling หรือระบบทำความเย็นรวมศูนย์ ซึ่งตอบโจทย์อาคารและคอนโดมิเนียมยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพด้านพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน

 

วิสัยทัศน์ทศวรรษใหม่เน้นลงทุน 3 ธุรกิจหลัก สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเศรษฐกิจหมุนเวียน

BCPG ประกาศเป้าหมายชัดเจนในทศวรรษหน้า: “เติบโตสองเท่า” โดยขยายจากธุรกิจพลังงานสีเขียวไปสู่ระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนในหลากหลายมิติ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ จะมุ่งเน้นลงทุนใน 3 ธุรกิจ ได้แก่

 

BCPG ปักธงทศวรรษใหม่ รุก 3 ธุรกิจหลัก Data Center เศรษฐกิจหมุนเวียน

 

1. ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีเศรษฐกิจข้อมูล (Data Economy) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือกับ NT แล้ว และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าสีเขียว การรุกเข้าสู่ธุรกิจนี้ ช่วยต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดของบีซีพีจี และส่งเสริมให้บริษัทฯ ก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูง เพิ่มโอกาสการเติบโต และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ฐานรายได้ของบริษัทฯ ในระยะยาว พร้อมส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลระดับภูมิภาค (Regional Data Hub)
 

2. ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบบริหารจัดการน้ำและน้ำเย็น (Water Management) เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชุมชน ความพร้อมในการรองรับความต้องการใช้น้ำของ Data Center ที่ต้องการระบบน้ำเพื่อความเย็นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่ง BCPG สามารถต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ได้โดยตรง

 

“Data Center ไม่ได้ใช้แค่พลังงานไฟฟ้า แต่ยังต้องการน้ำจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ” นายรวีกล่าว

 

3. ธุรกิจรีไซเคิล ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) BCPG มีแผนพัฒนาโครงการรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Waste Management) เมื่อครบอายุการใช้งาน และการรีไซเคิลแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่จากทรัพยากรเดิมและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทฯ

 

ในภาพรวมการเติบโตของ BCPG จะถูกขับเคลื่อนด้วย “เมกะเทรนด์” สำคัญของโลก ได้แก่

  • Electrification การเปลี่ยนระบบพลังงานทั้งหมดสู่ไฟฟ้า ตั้งแต่รถยนต์ EV ไปจนถึงการใช้พลังงานในบ้าน
  • AI และ Data Center ภาคเทคโนโลยีที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งเปิดโอกาสให้ BCPG นำความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าเข้าสู่ธุรกิจใหม่
  • Climate Change ความจำเป็นในการลงทุนพลังงานสะอาดและลดคาร์บอน
  • Urbanization/Smart Cities การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานพลังงานประสิทธิภาพสูง
  • Waste Management การจัดการของเสียและการรีไซเคิลในสังคมเมือง

 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร