
3กูรูชี้หุ้นอเมริกาถูกไทยขึ้นแซงพื้นฐาน
กูรูฟันธงปีนี้ตลาดหุ้นอเมริกากลับมาโดดเด่น เศรษฐกิจฟื้นตัว มูลค่าหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
กูรูฟันธงปีนี้ตลาดหุ้นอเมริกากลับมาโดดเด่น เศรษฐกิจฟื้นตัว มูลค่าหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน แอสเซท พลัส กล่าวในงานสัมมนา “Update เศรษฐกิจโลก... ผลกระทบหุ้นไทย” ว่า ตลาดหุ้นที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดในปีนี้คือ ตลาดหุ้นอเมริกา และปัจจัยที่จะเป็นดาวเด่นในปีนี้มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.เศรษฐกิจสหรัฐถือว่าฟื้นตัวแล้ว และ 2.มูลค่าหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) ของสหรัฐอเมริกา เช่น ไมโครซอฟท์ กูเกิล ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
อย่างเช่นหุ้นในกลุ่มธนาคาร เช่น ซิตี้แบงก์ เจ.พี. มอร์แกน ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (บุ๊กเแวลู) 0.6 เท่า|เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ของไทย เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ราคาเกินกว่าบุ๊ก 2 เท่า ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 2 เท่าเช่นกัน หรือแม้แต่ธนาคารในฮ่องกง ราคาสูงกว่าบุ๊ก 2-3 เท่า
“ในปี 2552-2553 สภาพคล่องส่วนเกินของโลกได้ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียมาก จนทำให้ราคาหุ้นดูแพงเกินไป ทำให้ปีนี้เงินน่าจะไหลกลับเข้าไปลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว แต่ในส่วนของกลุ่มประเทศยุโรปนั้นไม่ใช่ทุกประเทศ ต้องเลือกเป็นรายกลุ่มมากกว่า” นายวิน กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้นยังมีความน่าสนใจ แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นจีนและเกาหลีใต้แล้ว ความ|น่าสนใจน้อยกว่า เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 3.5-4% ภาคการส่งออกส่งผลต่อการขยายตัวน้อยลง ขณะที่แนวโน้มการลงทุนอยู่ในระดับไม่สูง เนื่องจากยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินเหลืออยู่ ทำให้ความน่าสนใจน้อยกว่าประเทศอื่นๆ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์|ทิสโก้ กล่าวสนับสนุนว่า ปีนี้ตลาดหุ้นของประเทศพัฒนาแล้วมีความน่าสนใจในการลงทุน นอกจากราคาจะอยู่ในระดับต่ำแล้ว ความสามารถในการผลิตของอเมริกามีศักยภาพสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย โดยปีที่ผ่านมาบริษัทในอเมริกามีกำไรสุทธิ 6% อาจดูต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียหรือจีนที่มีการเติบโต 11% แต่สินทรัพย์ของอเมริกาขยายตัวเพียง 10% เทียบกับจีนสินทรัพย์โต 40% สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในความสามารถทำกำไร
“เอเชียแม้ว่าจะเป็นดาวเด่นของการลงทุนในปี 2553 แต่ไม่ใช่ปีนี้เนื่องจากในครึ่งแรกของปีนี้กลุ่มประเทศในเอเชียต้องขึ้นดอกเบี้ย เพื่อดูแลเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดหุ้นอาจดูไม่ดีนัก” นายไพบูลย์ กล่าว
นายสุชีล นารูลา กรรมการผู้จัดการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. ปรับตัวลดลงในช่วงท้ายตลาด หลังจากมีข่าวการยิงปะทะตามชายแดนไทยและกัมพูชา ว่า ข่าวดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยทางจิตวิทยาในระยะสั้นเท่านั้น เชื่อว่าผลของการปะทะจะไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากมูลค่าการค้าระหว่างไทยและกัมพูชาไม่ได้สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 6.50% ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 6.75%







