
ครม.ถกแก้มาบตาพุดพรุ่งนี้ หลังศาลยกคำร้อง 30 โครงการ
“กอร์ปศักดิ์”โยนมาบตาพุดหารือในครม.หลังศาลปกครองกลางฯยกคำร้อง30โครงการที่ขอเดินหน้าต่อ
“กอร์ปศักดิ์”โยนมาบตาพุดหารือในครม.หลังศาลปกครองกลางฯยกคำร้อง30โครงการที่ขอเดินหน้าต่อ
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานการบริการด้านการลงทุน(โอเอสโอเอส) ว่า ในการประชุมครม.วันที่ 26 ม.ค. กระทรวงอุตสาหกรรมจะรายงานผลการตัดสินของศาลปกครองกลางยกคำร้อง30 โครงการในนิคมมาบตาพุด ให้รับทราบพร้อมทั้งหารือร่วมกันในการหาแนวทางการดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังได้ตั้งตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลปัญหาผลกระทบการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประกอบไปด้วยผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างละ 2 คน ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)และผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ซึ่งมีภาระกิจหลักที่จะเข้ามาทำงาน คือการหาทางออกให้กับโครงการที่ถูกระงับกิจการ ให้สามารถเดินตามกรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 67( 2) ทั้งการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และด้านสุขภาพ(เอชไอเอ)รวมถึงการรับฟังความเห็นจากประชาชน และการดูแลผู้ประกอบการใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในมาบตาพุด
“จากคำตัดสินของศาลปกครองกลางฯที่ยกคำร้องการขอผ่อนผัน นั้น เชื่อว่าเรื่องนี้ยังมีทางออก และมีช่องทางกฏหมายให้เดินต่อได้อีกขอเวลา 1-2 วันในการหารือกับเอกชนผู้ประกอบการทั้ง 30 โครงการก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าคำร้องที่ผู้ประกอบการยื่นต่อศาลฯไปนั้นเป็นเรื่องใหม่หรือไม่”นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่เอกชนอาจจะฟ้องกลับภาครัฐในประเด็นเป็นต้นเหตุให้เกิดการระงับกิจการจากการดำเนินการที่ล่าช้านั้น ขณะนี้ทุกฝ่ายพยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่แล้ว
ด้านนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะสรุปคำสั่งศาลปกครองกลางฯที่ยกคำร้อง 30 โครงการรายงานต่อ ครม. ซึ่งยอมรับว่าข้อมูลที่ฝ่ายเอกชนยื่นไปยังศาลฯมีรายละเอียดและขอบข่ายเป็นอย่างไร และได้ใช้หลักเกณฑ์ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้เบื้องต้นมาอ้างอิงหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการบางกลุ่มก็ไม่ได้มาหารือกับกระทรวง และบางรายก็หารือแค่บางโครงการแล้วนำกลับไปเทียบเคียงกับโครงการที่เหลือเอง ส่วนการตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลปัญหาการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดนั้นเพื่อให้การชี้แจงออกมาในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งชี้แจงนักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)กล่าวว่า ขณะนี้ กนอ.กำลังหารือว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการที่ถูกศาลฯสั่งระงับกิจการสามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากมีการประเมินเบื้องต้นแล้วว่า หากทำตามขั้นตอนกระบวนการใหม่ก็จะต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปี จากเดิมที่คิดว่ากระบวนการต่างๆจะจบได้ภายใน 6 เดือน เนื่องจากเดิมคิดว่าจะสามารถทำคู่ขนานกันไปได้ระหว่างการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และด้านสุขภาพ(เอชไอเอ)กับการรับฟังความคิดเห็น
“กำลังคิดหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการถูกระงับกิจการสั้นที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการลงทุนของภาคเอกชนที่ยิ่งนานก็จะยิ่งเกิดความเสียหาย เพราะประเมินว่าจะต้องระงับกิจการอย่างน้อย 1 ปี เนื่องจากต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เพราะเดิมคิดว่าจะสามารถทำอีไอเอ เอชไอเอ คู่ขนานไปกับการรับฟังความคิดเห็นได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้เพราะต้องรอให้กระบวนการทำอีไอเอและเอชไอเอเสร็จก่อนจึงจะสามารถรับฟังความเห็นได้ และก็ยังไม่แน่ใจว่าการจัดตั้งองค์กรอิสระโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจะต้องเริ่มใหม่อีกหรือไม่ด้วย”นายประสาน กล่าว







