
อ่วม!ค่าไฟปี54จ่อขึ้นอีก
กฟผ.ส่งสัญญาณแนวโน้มค่าไฟปี2554 เตรียมปรับขึ้นอีกหมดสิทธิ์ลดลง หลังเจอปัจจัยต้นทุนเชื้อเพลิงน้ำมันโลกพุ่งตั้งแต่ต้นปี
กฟผ.ส่งสัญญาณแนวโน้มค่าไฟปี2554 เตรียมปรับขึ้นอีกหมดสิทธิ์ลดลง หลังเจอปัจจัยต้นทุนเชื้อเพลิงน้ำมันโลกพุ่งตั้งแต่ต้นปี
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยถึง แนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ในปี 2554 ว่า อยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงโดยเฉพาะปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี ซึ่งหากระดับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยยังอยู่ในระดับ 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และคงไม่มีโอกาสได้เห็นค่าไฟฟ้าปรับลดลงได้
ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะมีมาตรการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ แต่ในค่าเอฟทีในช่วงไตรมาสแรกที่ได้ประกาศไปแล้วนั้นสามารถปรับลดลงได้เพราะคำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงย้อนหลัง 6 เดือน แต่ในค่าเอฟทีงวดหน้าคงต้องติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด
"ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์ไว้ว่าค่าไฟน่าจะปรับลดลงได้อีกหลังหมดช่วงฤดูหนาวไปแล้ว แต่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ในอียิปต์ทำให้ระดับราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น หากเป็นเช่นนี้ค่าไฟฟ้าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะปรับลดลงมา ถ้าราคน้ำมันยังอยู่ในระดับนี้อยู่"นายสุทัศน์ กล่าว
ส่วนมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วย/เดือนนั้น จะไม่กระทบกับภาระของกฟผ.เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้มีการเกลี่ยค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ กรณีมีบ้านหลายหลังหรือบ้านหลังที่สองก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ตามไปด้วย ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งในระยะยาว คนที่มีสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรีจะไม่คำนึงถึงเรื่องการประหยัดและส่งผลเสียในระยะยาวได้ เพราะพลังงานหายากขึ้นทุกวัน
นายสุทัศน์ยังกล่าวถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในปี 2554 ว่า คาดการณ์จะมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟฟ้าสูงสุด (พีค)ที่ระดับ 25,327 เมกะวัตต์ หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.49 % และมีสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ 22.9% โดยได้วางแผนการผลิตและจัดหาพลังงานไฟฟ้า เพื่อตอบสนองการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง รวมกำลังผลิต1,257 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม2 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขนาดกำลังผลิต 597 เมกะวัตต์ และ โรงไฟฟ้าถ่านหิน เก็คโค่ วัน จ.ระยอง ขนาดกำลังผลิต 660 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนมี.ค.และเดือนพ.ย. ตามลำดับ
อย่างไรก็ตามภาพรวมปีนี้การผลิตไฟยังสามารถบริหารจัดการได้แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญแต่กฟผ.ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าในการบริหารจัดการแล้วโดยเฉพาะกรณีที่ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติมีแผนหยุดจ่ายก๊าซฯที่จะนำมาผลิตไฟฟ้าสำคัญได้แก่ การหยุดจ่ายก๊าซในแหล่งอาทิตย์และเจดีเอ รวมปริมาณ 700 ล้านลูกบาศฟุตต่อวันก็ให้ดำเนินการหยุดช่วงเทศกาลวันหยุดยาว(11-17เม.ย.54 ) ที่ความต้องการใช้ไฟต่ำกว่าปกติ 30% และการหยุดจ่ายก๊าซฯจากพม่า 1,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ล้านลบ.ฟุต)/วันจะไปหยุดช่วงวันที่ 5 ธ.ค.54 และช่วง 29 ธ.ค.-6 ม.ค.55 เป็นต้นซึ่งคาดว่าจะทำให้กฟผ.ใช้น้ำมันเตาผลิตไฟเพิ่มขึ้น 216 ล้านลิตร
สำหรับแผนการลงทุนของกฟผ.ปี 2554 วางงบลงทุนไว้ประมาณ 11,125 ล้านบาท(ไม่รวมดอกเบี้ย) ประกอบด้วยโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 5 โรง งบลงทุน 332 ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5 แห่งลงทุนทั้งสิ้น 1,082 ล้านบาท และโครงการขยายระบบไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า งบลงทุนทั้งสิ้น 9,710 ล้านบาท โดยในปี 2554 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 69.1% จาก 72.8% ของเชื้อเพลิงรวมในปี 2553 โดยไปเพิ่มในส่วนของถ่านหิน พลังงานหมุนเวียน พลังน้ำ การซื้อจากมาเลเซียและน้ำมันเตา







