posttoday
พณ.คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีเพิ่ม3.2-3.7%

พณ.คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีเพิ่ม3.2-3.7%

01 กุมภาพันธ์ 2554

สินค้าแพงดันเงินเฟ้อเดือน ม.ค.สูงขึ้น 3.03% หวั่นราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอัตราแลกเปลี่ยน ดันเงินเฟ้อพุ่งต่อ กระทรวงพาณิชย์คาดทั้งปีเฉลี่ย 3.2-3.7%

สินค้าแพงดันเงินเฟ้อเดือน ม.ค.สูงขึ้น 3.03% หวั่นราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และอัตราแลกเปลี่ยน ดันเงินเฟ้อพุ่งต่อ กระทรวงพาณิชย์คาดทั้งปีเฉลี่ย 3.2-3.7%

นายยรรยง พวงราช ปลัดกะทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ) ของประเทศเดือนม.ค. 2554  เท่ากับ 109.51 เพิ่มขึ้น 3.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.54% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2553 ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.32% และเพิ่มขึ้น 0.17% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2553 โดยกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 3.2 -3.7%

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากราคาสินค้าอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.07% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน สาเหตุจากการสูงขึ้นของสินค้าอาหารสด เช่น ข้าวสารเจ้าสูงขึ้น 0.17% ไข่และผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้น 0.16% เนื้อสุกรสูงขึ้น 0.12% ไก่สดสูงขึ้น 2.18% ผักและผลไม้สูงขึ้น 4.77% เช่น กะหล่ำปลี แตงกวา ผักกาดขาว ผักคะน้า ผักบุ้ง ต้นหอม กระเทียม แตงโม องุ่น เป็นต้น เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของผัก ประกอบกับพื้นที่เพาะปลูกลดลง ทำให้ผลผลิตลดลง

ด้านเครื่องประกอบอาหารดัชนีราคาสูงขึ้น 2.62% ประกอบด้วย น้ำตาล มะพร้าว ขนมหวาน น้ำมันพืช กะทิสำเร็จรูป มะพร้าวขูด มะขามเปียก เครื่องปรุงรส  ส่วนเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ราคาปรับตัวสูงขึ้น 0.25%


สำหรับ สินค้าที่มีปัญหาราคาสูงในเดือนม.ค.2554 ได้แก่ ไข่ไก่ เบอร์ 2 เพิ่มจากเดือน ธ.ค.2553 ฟองละ 2.50-3 บาท เป็น 3-3.50 บาท หรือเพิ่ม 13.88% น้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตรเพิ่มจาก 35-37 บาท เป็น 45-58 บาท หรือเพิ่ม 13.58% น้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มจาก 40-46 บาท เป็น 41-50 บาท หรือเพิ่ม 13.58% รวมถึงมะขามเปียกเพิ่มจากกก.ละ 80-90 บาท เป็นกก.ละ 100-120 บาท

ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.23% โดยสาเหตสำคัญเป็นผลกระจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 2.39% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้าลดลง 1.85% เป็นผลจากการไฟฟ้านครหลวงได้ปรับลดค่าอัตราไฟฟ้าผันแปรอัติโนมัติ (เอฟที) ลง 5.67 สตางค์ต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าโดยเริ่มตั้งแต่เดือนม.ค.-เม.ย. 2554

“เงินเฟ้อในเดือนนี้ไม่ได้สูงมากอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันเอาไว้ และอยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ประกอบกับรัฐบาลมีการขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด” นายยรรยง กล่าว

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาสแรกปีนี้จะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลที่ 3.2% โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ค่าเงินบาทที่ผันผวน รวมถึงราคาสินค้าที่มีโอกาสปรับราคาขึ้น ส่วนปัญหาความวุ่นวายในอียิปต์ที่เกรงกันว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นนั้น ยังไม่น่าจะกระทบมากเพราะอียิปต์เป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันน้อย อีกทั้งเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาการเมืองภายใน ไม่น่าเกี่ยวข้องกับประเทศอื่น แต่สาเหตุที่ทำให้น้ำมันแพงมาจากสภาวะอากาศที่ปีนี้จะหนาวกว่าปกติ รวมถึงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในโลกเพิ่มขึ้น 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร