
ชวนเพิ่มพอร์ตซื้อหุ้นต่างประเทศ
โบรกเกอร์แนะปีนี้หุ้นไทยผันผวน แบ่งพอร์ตไปลงทุนต่างประเทศ50% ของเงินลงทุน เน้น 3 ตลาดหลักญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์
โบรกเกอร์แนะปีนี้หุ้นไทยผันผวน แบ่งพอร์ตไปลงทุนต่างประเทศ50% ของเงินลงทุน เน้น 3 ตลาดหลักญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์
นายช่วงชัย นะวงศ์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มให้คำแนะนำลูกค้าทั้งสถาบันและลูกค้าบัญชีซื้อขายรายใหญ่ (ไฮด์เน็ตเวิร์ก) ควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ
แม้ว่าฝ่ายวิจัยจากโบรกเกอร์หลายสำนักรวมถึงบริษัทเองจะมองภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2554 จะมีการขยายตัวดี คาดว่าดัชนีน่าจะโตประมาณ 20% ได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ระหว่างทางจะมีความผันผวนสูงดังนั้นควรจะกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังการลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วน 50%ของพอร์ตการลงทุน
ขณะนี้เป็นจังหวะดีที่นักลงทุนที่มีศักยภาพควรกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ไม่ควรกระจุกการลงทุนหุ้นไว้ในประเทศเพียงแห่งเดียว โดยตลาดหุ้นต่างประเทศขณะนี้ที่มีความน่าสนใจและให้มุ่งไปยัง 3 ตลาดหุ้นสำคัญ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์และจีน โดยลงทุนผ่านฮ่องกง เนื่องจากเป็นตลาดหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่แนะนำ หากเป็นประเทศจีน ให้เน้นลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ เพราะประชากรมีอยู่มากโดยเฉพาะภาคการเงินและประกัน เป็นต้น
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงขาลงไม่ใช่ขึ้นอย่างเดียว และลงทุนยากกว่า 1-2 ปีก่อนเพราะไม่มีหุ้นใหม่ตัวใหญ่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ความน่าสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่เป็นภาระของโลกอีกต่อไปแล้ว รวมถึงไม่เป็นห่วงจีน เพราะเชื่อความสามารถของรัฐบาลจีน
ปัจจุบันราคาหุ้นของสหรัฐถูกมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคนี้ ปี 2553 บริษัทได้ซื้อหุ้นธนาคารซิตี้แบงก์ ที่ราคา 3 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ตอนนี้เพิ่มเป็น 5 เหรียญสหรัฐ และซื้อหุ้นแอปเปิลจาก 260 เหรียญสหรัฐ ขึ้นมาเป็น 350 เหรียญสหรัฐ เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 6 เดือน
ในปี 2552-2553 ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงมากกว่า 60% และ 40% ตามลำดับขณะที่ตลาดหุ้นจีนเป็นพียงไม่กี่ประเทศที่ดัชนีปรับตัวลงในช่วงปีที่ผ่านมา.







