
แนะปปช.สอบทรูฯซื้อ‘ฮัทช์’คนกสทฯค้าน
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการกระทำที่ไม่ถูกต้องของหน่วยงานรัฐ ควรเข้ามาตรวจสอบบริษัท กสท โทรคมนาคม กรณีเปิดทางให้กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ อย่างมีเงื่อนงำและรวบรัดผิดปกติ
ทั้งนี้ เพราะการที่คณะทำงาน พนักงาน และผู้บริหาร บางส่วนออกมาคัดค้าน แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการดำเนินการบางอย่างผิดปกติ ซึ่งหาก กสทฯ โปร่งใสจริง จะต้องเปิดเผยสัญญาต่างๆ ว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนจริง รวมไปถึงข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้สาธารณชนทราบในทุกขั้นตอน
“
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเหตุใด กสทฯ จึงสรุปให้เอกชนรายนี้ ซึ่งน่าสังเกตว่าเป็นรายที่กำลังจะหมดอายุสัมปทาน ทั้งๆ ที่มีหลายรายแสดงความจำนงเข้ามา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่เป็นธรรมอย่างมาก” นายสมเกียรติ กล่าวนายรอม หิรัญพฤกษ์ ที่ปรึกษานายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลต้องการให้เกิด 3จี อย่างเป็นธรรมไม่ได้เอื้อประโยนช์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งอยู่แล้ว เพราะ 3 จีเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคอรัปชั่นมากกว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. กล่าวว่า การที่กสทฯ เข้ามาให้บริการ 3 จีแข่งกับทีโอที แม้จะเป็นหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง แต่ก็ทำให้ประเทศไทยมีทางเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันที่ 28 ม.ค.พนักงาน กสทฯ บางส่วนได้ล่ารายชื่อ เพื่อคัดค้านดีลที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะมองว่ากสทฯ เสียประโยชน์มากกว่าได้ประโยชน์ ซึ่งทางสหภาพแรงงานกสทฯ ได้ออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวกับทางสหภาพฯ







