
ซี.เอ.พี.พี. บุกสมุนไพร เล็งขยายธุรกิจขายตรง
ทรัพยากรทางธรรมชาติของไทยมีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ชาติอื่น โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ซึ่งที่ผ่านมาหลายประเทศได้เข้ามาวิจัยและพัฒนา นำสมุนไพรไทยไปผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายไปทั่วโลก
จากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดดังกล่าว บริษัท ซี.เอ.พี.พี. กรุ๊ป ภายใต้การรวมตัวกันของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ ประกอบด้วย นำกฤติ จีรพุทธิรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เอ.พี.พี. กรุ๊ป (CAPP Group) นรัลวรรธน์ ดุลยพีรดิส สุเมธ นิรเพียรนันท์ และภัทรพล ศิลปาจารย์ กรรมการบริหาร จึงตั้งขึ้น และมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำตลาดสมุนไพรตะวันออกภายใน 35 ปีนี้
“
ด้วยทรัพยากรที่มีมากมาย และกระบวนการผลิตที่ไม่แพ้ต่างชาติ จึงวางโพสิชันเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรตะวันออกแบบบูทีก เฮาส์ ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณภาพไม่แพ้บริษัทยาข้ามชาติ” นำกฤติ กล่าวทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งพัฒนาและขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากสมุนไพรตะวันออกใน 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเฉพาะเจาะจง กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม
ประเดิมด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์
“แคปปร้า” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ชายอายุ 30 ปีขึ้นไป จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเฉพาะเจาะจง โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้น 50 ล้านบาท คาดว่าจะมียอดขายในปีแรก 100 ล้านบาทนำกฤติ กล่าวว่า จากการสำรวจที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีทั้งแบรนด์ต่างชาติและสินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือสินค้าใต้ดินเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่า 3,0006,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1020% จากตลาดสมุนไพรมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทในประเทศไทย
สำหรับผลิตภัณฑ์แคปปร้าจะวางจำหน่ายผ่านร้านขายยา 2,000 ร้านทั่วประเทศ ทั้งแบบเชน สโตร์ และร้านขายยาทั่วไป โดยใช้ทีมขายเข้าไปทำตลาดโดยตรง ไม่ผ่านบริษัทผู้กระจายสินค้า รวมทั้งการขายตรงผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ของทีวี ไดเร็ค เป็นต้น
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีการเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มเครื่องสำอาง และเสริมอาหาร รวมทั้งการร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการจัดตั้งสถาบัน CIRD (CAPP Institute of Research and Development) ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรตะวันออก ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยาแผนตะวันออกเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน
สุเมธ ผู้บริหารด้านการวิจัยและพัฒนา และเป็นทายาทของห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานผลิตยาซุ่น เซ่ง เฮง กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของการผลิตของโรงงาน ซึ่งได้มาตรฐานจีเอ็มพี อาเซียน บริษัทจะพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และหากสินค้าใดเหมาะกับธุรกิจขายตรง บริษัทขยายไปในธุรกิจนั้น เพราะถือเป็นธุรกิจที่มีโอกาสสร้างการเติบโตได้
สำหรับผลิตภัณฑ์แคปปร้า และสินค้าอื่นๆ ที่จะทยอยออกมา บริษัทมีแผนส่งไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศด้วย อาทิ ประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และภายใน 35 ปี บริษัทวางเป้าหมายว่าแบรนด์ CAPP จะขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตยาสมุนไพรชั้นนำของเอเชีย







