
กรณ์ทวงสัญญาแบงก์หั่นค่าต๋ง
ชาติศิริรับปากไตรมาสแรกเห็นแน่/บอร์ดตลาดทุนลดภาษีเงินได้เอ็มเอไอ25%
โพสต์ทูเดย์
— ขุนคลังเชิญประธานสมาคมธนาคารไทยพบ เร่งลดค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามเขตคิด 15 บาทต่อครั้งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ได้หารือกับนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้
สรุปว่าภายในไตรมาสแรก ปี 2554 ธนาคารพาณิชย์จะปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินสำหรับธนาคารเดียวกัน แต่ไม่ข้ามเขต จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนครั้งแรก และครั้งต่อไปคิดค่าธรรมเนียมครั้งละ 5 บาท ส่วนการโอนข้ามเขตสำหรับธนาคารเดียวกันจะคิดค่าธรรมเนียมครั้งละ 15 บาท
ขณะที่การโอนเงินต่างธนาคาร ทั้งแบบข้ามเขตและไม่ข้ามเขตจะมีข้อสรุปภายในไตรมาส 2 ปี 2554
นายกรณ์มั่นใจว่าธนาคารพาณิชย์จะสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันได้ หลังช่วง 9 เดือนแรกของปี 2553 มีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 11.8% และเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของเม็ดเงินและสัดส่วนรายได้สะท้อนถึงความพร้อมของธนาคารพาณิชย์ในการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพและการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะติดตามความคืบหน้าต่อไป ขณะเดียวกันอาจมีการเสนอให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินด้วย
รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย เห็นชอบมาตรการทางภาษี ให้บริษัทที่จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ใหม่ หรือเอ็ม เอ ไอ ตั้งแต่ปี 25532556 จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 25% จาก 30% เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยจะมีผลทันที
สำหรับบริษัทที่ยังเหลือสิทธิลดหย่อนภาษีก่อนหน้าที่ 20% สามารถขอรับสิทธิภาษีเพิ่มได้ แต่รวมแล้วจะรับสิทธิภาษีได้ไม่เกิน 5 ปี
รมว.คลัง กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดเอ็ม เอ ไอ ที่ 70 บริษัท โดยในที่ประชุมผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีบริษัทมายื่นขอจดทะเบียนแล้ว 90 แห่ง ดังนั้นจึงคาดว่าภายหลังประกาศมาตรการภาษีดังกล่าว จะมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดเอ็ม เอ ไอ เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 70% หรือเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว ภายใน 3 ปี
“
มาตรการภาษีนี้จะเป็นช่องทางให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีบทบาทที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทยได้ ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐก็จะได้เม็ดเงินภาษีเพิ่มขึ้นด้วย” นายกรณ์ กล่าวก่อนหน้านี้ นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานชมรม เอ็ม เอ ไอ ซีอีโอ กล่าวว่า หากได้รับอนุมัติลดหย่อนภาษีตามที่ร้องขอ จะมีประโยชน์ต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างมาก เพราะในช่วง 8 ปี บริษัทบางแห่งสามารถพัฒนาตัวเองเพื่อย้ายเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ผู้ถือหุ้นก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของผลตอบแทนที่ดี
นอกจากนั้น ยังมีบทวิจัยของสถาบันพัฒนาตลาดทุน สำรวจพบว่า บริษัทที่จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ที่สำรวจ 118 บริษัท มีมูลค่าการเสียภาษีช่วง 3 ปีหลังเข้าจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 106% จึงมีส่วนช่วยขยายฐานภาษี ขณะที่รัฐก็ได้รับเงินเพิ่มขึ้นด้วย
นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ (SET) จะไม่มีการต่ออายุมาตรการภาษีให้ จากเดิมที่ได้รับสิทธิลดหย่อนเหลือ 25% เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางอื่นมากเพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้สิทธิทางภาษีต่อไป
สาเหตุการพิจารณาลดภาษีครั้งนี้ต่ำกว่ามาตรการเดิมที่ลดให้เหลือ 20% นั้น เนื่องจากในการประชุมครั้งนี้ไม่มีการพิจารณาลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เสนอขอมา ขณะเดียวกับคณะกรรมการเห็นว่าไม่ต้องการบิดเบือนโครงสร้างภาษีสำหรับบริษัทในและนอกตลาดหลักทรัพย์ โดยมองว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว และมีสิทธิประโยชน์อื่นของการเป็นบริษัทจดทะเบียนมากกว่าสิทธิทางภาษี โดยเฉพาะสามารถระดมทุนที่ต้นทุนต่ำกว่า
สำหรับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 28 ม.ค. 2554 ปิดตลาดที่ระดับ 981.83 จุด ลดลง 4.88 จุด ต่างชาติยังคงขายสุทธิ 732 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนขึ้นทันที ปิดที่ 31.04/05 บาทต่อเหรียญสหรัฐหลังตลาดหุ้นไทยร่วง โดยระหว่างวันอ่อนค่าสุดที่ระดับ 31.10/12 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“
มีแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐเข้ามาจำนวนมาก หลังตลาดหุ้นร่วง” นักบริหารเงินกล่าว






