posttoday
ทหารไทยมองแบงก์แข่งระดมเงินฝาก

ทหารไทยมองแบงก์แข่งระดมเงินฝาก

26 มกราคม 2554

"ทหารไทย" มองแบงก์แข่งระดมเงินฝากรับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ผู้ฝากเงินเตรียมรอแคมเปญ โยกเข้าแบงก์เล็กได้ดอกเบี้ยสูงกว่า 0.22 - 0.1%

"ทหารไทย" มองแบงก์แข่งระดมเงินฝากรับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ผู้ฝากเงินเตรียมรอแคมเปญ โยกเข้าแบงก์เล็กได้ดอกเบี้ยสูงกว่า 0.22 - 0.1%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินการแข่งขันเงินฝากว่า  ปีนี้ผู้ฝากเงินมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงขึ้น  โดยจะเห็นธนาคารพาณิชย์หันมาแข่งขันระดมเงินฝาก หลังการประกันเงินฝากลดวงเงินอยู่ที่สูงสุด 50 ล้านบาท กลางเดือนส.ค. 2554 และเหลือ 1 ล้านบาทในเดือนส.ค. 2555

ทั้งนี้ ผู้ฝากเงินมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น เนื่องจากธนาคารผู้รับฝากเงินต้องใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการแข่งขันระดมเงินฝาก การแข่งขันดังกล่าว ไม่เพียงต้องแข่งขันกันเองจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ยังต้องแข่งขันกับเครื่องมือการระดมเงินที่ไร้ความเสี่ยง และผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ เช่น พันธบัตรรัฐบาล และสลากของธนาคารออมสิน เป็นต้น

ดังนั้นในช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้น และ การกำหนดวงเงินคุ้มครองสูงสุดกำลังจะบังคับใช้   ผู้ฝากเงินอาจรอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่จะทยอยออกมา เช่น เงินฝากประจำ 1 ปี เนื่องจากธนาคารต้องการล็อคต้นทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ผลตอบแทนที่เสนอก็ต้องมากในระดับที่จะให้ผู้ฝากเงินพอใจแช่เงินฝากไว้ยาวพอสมควรด้วย 

สำหรับในช่วงแรกที่การคุ้มครองวงเงินสูงสุดอยู่ที่ 50 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน  ผู้ฝากเงินกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบมีเพียงประมาณหมื่นราย หรือ 0.02% ของผู้ฝากเงินทั้งหมดเกือบ 59 ล้านราย  แต่จำนวนเงินฝากนั้นมีรวมกันเกือบ 1.8 ล้านล้านบาท หรือ 27% ของเงินฝากทั้งหมด 6.5 ล้านล้านบาท  ซึ่งเมื่อคำนวณเงินฝากที่เกินการคุ้มครอง 50 ล้านบาทต่อราย รวมแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท โดยกระจุกตัวอยู่ในธนาคารขนาดใหญ่ประมาณ 66% และอยู่ในธนาคารขนาดกลาง 24% และธนาคารขนาดเล็ก 10%

“เรามีสมมุติฐานว่า ผู้ฝากเงินกลุ่มดังกล่าวกระจายเงินฝากไปยังธนาคารต่าง ๆ  เพื่อให้เงินฝากได้รับการคุ้มครองเต็มที่  เมื่อประเมินผลลัพธ์สุทธิของเงินฝากที่อาจจะมีการโยกย้ายแล้ว เงินฝากจะไหลเข้าสุทธิมายังธนาคารขนาดกลาง และเล็กประมาณ 4 แสนล้านบาท  ซึ่งจะเป็นโอกาสผู้ฝากเงินจะได้ผลประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากโดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารขนาดเล็ก และกลางจะสูงกว่าของธนาคารขนาดใหญ่เฉลี่ยประมาณ 0.22 - 0.1% โดยธนาคารขนาดกลาง และเล็กน่าจะได้ประโยชน์จากเงินฝากที่เพิ่มขึ้น”  ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ประเมินด้วยว่า เมื่อถึงเดือนส.ค. 2555 การคุ้มครองจะเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน การกระจายเงินฝากของลูกค้าเงินฝากเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทั้งหมด ไม่สามารถเป็นไปได้ หรือเป็นไปได้ยาก เพราะมีธนาคารอยู่เพียง 30 กว่าแห่ง อีกทั้งการกระจายเงินฝากไปยังธนาคารต่าง ๆ อาจทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น อันดับความเสี่ยงที่แสดงถึงความมั่นคงแข็งแกร่งของฐานะการเงินจะเป็นจุดขายสำคัญในการดึงดูดเงินฝาก โดยในที่สุดแล้วธนาคารขนาดใหญ่อาจจะได้เปรียบกว่าโดยเปรียบเทียบ  ขณะที่ธนาคารขนาดกลาง และเล็กอาจต้องเสนออัตราดอกเบี้ยให้จูงใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่จะทำให้ลูกค้าเงินฝากต้องใส่ใจบริหารความเสี่ยงในเงินออมมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของความเหมาะสมระหว่างอัตราผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน