
TDRI ชี้กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหมาะสม ช่วยบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน
นักวิการ TDRI มองกนง.หั่นดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สอดคล้องกับธนาคารกลางยุโรปและสหรัฐ ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง และช่วยบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน-ภาคธุรกิจ แต่ยังไม่จำเป็นต้องปรับกรอบเงินเฟ้อใหม่ ปัจจุบันที่ 1-3% เหมาะสมแล้ว
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวกับสำนักข่าวโพสทูเดย์ว่า มติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 2.50% เป็น 2.25% ต่อปี ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ มองว่าเป็นการลดลงอย่างมีเหตุผล โดยสอดคล้องกับต่างประเทศที่ยุโรปและสหรัฐต่างก็ลดดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบกับเศรษฐกิจภายในยังเปราะบางโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจที่เป็นหนี้ ก็จะได้รับอานิสงค์ลดภาระดอกเบี้ยตามไปด้วย
ส่วนการประชุมกนง.รอบหน้าในวันที่ 18 ธ.ค.อาจจะต้องดูความเหมาะสมจากทั้งภายนอก คือ สหรัฐจะลดดอกเบี้ยอีกมากน้อยแค่ไหน และภายใน คือ เศรษฐกิจมีการฟื้นตัว และแก้ปัญหาหนี้ไปได้แค่ไหน โดยถ้าสหรัฐลดดอกเบี้ยต่อเนื่องและการฟื้นตัวภายในประเทศที่ไม่ดีก็อาจจะเป็นเหตุผลให้ไทยลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมรอบหน้าได้
“ส่วนตัว เห็นด้วยกับมติการปรับลดดอกเบี้ยของกนง.ในวันนี้ โดยมองว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่วนการประชุมรอบหน้าก็ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวกับเศรษฐกิจไทยเอง และสหรัฐประกอบด้วย หากเศรษฐกิจยังออกมาไม่ดีมีโอกาสที่กนง.จะลดดอกเบี้ยอีกในการประชุมรอบหน้า”
สำหรับกรอบเงินเฟ้อของไทย ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1-3% ต่อปีนั้น เห็นว่า มีความเหมาะสมกับประเทศไทยอยู่แล้ว โดยสอดคล้องเมื่อเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ และกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่จำเป็นต้องทบทวนกรอบเงินเฟ้อใหม่
ส่วนคำถามที่ว่า การลดดอกเบี้ยของกนง.ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเมืองด้วยหรือไม่นั้น เห็นว่า ธปท.ควรตอบสนองต่อประชาชน ไม่ใช่รัฐบาล หรือฝ่ายการเมือง หาก ธปท. จะต้องฟังภาครัฐ ก็ควรเป็นเพราะเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ส่งผ่านมาทางรัฐบาล โดยทั้งสองฝ่ายควรพูดคุยกัน ร่วมกันผลักดันนโยบายที่สอดประสานกันโดยเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งครับ







