
เกษตรฯเร่งถกพาณิชย์ชะลอขึ้นราคาปุ๋ย
รมช.เกษตรฯรับข้อเสนอองค์กรเอกชนพิจารณาขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรใหม่ทั้งหมด เตรียมหารือพาณิชย์ชะลอขึ้นราคาปุ๋ย พร้อมสั่งคุมเข้มปุ๋ยปลอม
รมช.เกษตรฯรับข้อเสนอองค์กรเอกชนพิจารณาขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรใหม่ทั้งหมด เตรียมหารือพาณิชย์ชะลอขึ้นราคาปุ๋ย พร้อมสั่งคุมเข้มปุ๋ยปลอม
นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะเข้มงวดในการขึ้นทะเบียนสารเคมีวัตถุอันตรายด้านการเกษตรให้มากขึ้นเพื่อป้องกันสารเคมีที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้กรมวิชาการอยู่ระหว่างการเปิดให้เอกชนมาขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร ตามประกาศ กรมวิชาการเกษตร ที่ให้มาขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายใหม่ ตามพรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2552 ที่ประกาศตั้งแต่ พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งจะครบกำหนดการขึ้นทะเบียนในวันที่ 31 ส.ค. 54 นี้
หากทางภาคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรจะมีสารเคมีอันตรายตัวใด ก็สามารถเสนอมายังกระทรวงเกษตรฯได้เพื่อที่จะนำมาหารือร่วมกันด้วยเหตุผลว่าตัวใดยังมีความจำเป็นต้องใช้หรือไม่ หรือตัวใดอันตรายต่อเกษตร ร่วมทั้งจะหารือกับรมว.กระทรวงพาณิชย์ในเรื่องราคาปุ๋ย ให้ดึงการขึ้นราคาออกไปให้นานที่สุด เพื่อป้องกันผลกระทบด้านต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
"ในเรื่องราคาปุ๋ยนั้นจะหารือกับรมว.พาณิชย์ว่าจะสามารถชะลอการขึ้นราคาปุ๋ยออกไปได้หรือไม่ หรือจะสามารถดึงเวลาออกไปให้ได้นานที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนของเกษตรกร และได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดในเรื่องปุ๋ยและสารเคมีเกษตรปลอมให้มาก เพราะขณะนี้จะเริ่มเข้าฤดูเพาะปลูกแล้ว"นายศุภชัยกล่าว
ด้าน นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงว่า ที่ประชุมรับทราบปริมาณสต๊อกปุ๋ยเคมีในสต๊อกเอกชนพบว่าสิ้นเดือน ธ.ค.2553 มีสต๊อกประมาณ 1 ล้านตันและมีการนำเข้าในระหว่างเดือน ม.ค.อีกเดือนละ 2 แสนตัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการขาคแคลนได้เนื่องจากจะเริ่มมีการใช้ปุ๋ยเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค. เป็นต้นไป และจากสถานการณ์ที่ราคาปุ๋ยในตลาดโลกสูงขึ้นเกรงว่าจะมีการกักตุนปุ๋ยร่วมทั้งการแพร่ระบาดของปุ๋ยเสื่อมคุณภาพและปุ๋ยปลอมทั่วประเทศจึงกำชับให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยทั่วประเทศ
"กระทรวงเกษตรฯเห็นด้วยหากจะมีการปรับราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นแต่ต้องไม่เพิ่มขึ้นมากจนกระทบต่อเกษตรกร เนื่องจากเมื่อราคาปุ๋ยในโลกสูงหากไม่ให้ขึ้นราคาเลยอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องการกักตุน หรือทำให้การระบาดของปุ๋ยปลอม มากขึ้น ซึ่งได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่สำรวจร้านจำหน่ายปุ๋ยทั่วประเทศว่าปุ๋ยที่จำหน่ายได้มาตรฐานตามที่กรมวิชาการกำหนดหรือไม่ รวมทั้งการตรวจสอบพ่อค้าปุ๋ยเร่ ที่จำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด"นายเฉลิมพรกล่าว







