posttoday
‘ไทยพาณิชย์’รุก2งานหลักใน3ปี

‘ไทยพาณิชย์’รุก2งานหลักใน3ปี

25 มกราคม 2554

 

เพิ่มคุณภาพผู้ขายติวลูกค้า เริ่ม150สาขาแบงก์แม่ลุย

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดแผน 3 ปี เน้นปรับปรุงคุณภาพผู้ขายหน่วยให้ความรู้ลูกค้า ประเดิม 150 สาขาธนาคารแม่

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนดำเนินธุรกิจของบริษัท 3 ปีจากนี้ว่า จะเน้น 2 เรื่องหลัก คือ การปรับปรุงคุณภาพผู้ขายหน่วยลงทุนและการให้ความรู้ผู้ลงทุน โดยเบื้องต้นจะเลือกสาขาธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีศักยภาพ 150 สาขา ก่อนขยายให้ครบทุกสาขาในอนาคต

นอกจากนี้ จะแบ่งประเภทกองทุนตามความเสี่ยง เพื่อนำเสนอแก่ผู้ลงทุน แบ่งเป็น กองทุนที่มีความเสี่ยงสูง (Class A) เช่น หุ้น กองทุนความเสี่ยงปานกลาง (Class B) เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนคุ้มครองเงินต้นที่ลงทุนในพันธบัตรในประเทศ และหาผลตอบแทนเพิ่มจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ทอง น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

สำหรับกองทุนความเสี่ยงต่ำ (Class C) เช่น กองทุนตราสารหนี้ ซึ่งปีนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงในด้านผลตอบแทน เช่น กองทุนพันธบัตรต่างประเทศที่มีอันดับเครดิตมั่นคงสูง แต่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อิสราเอลหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“ภาพรวมปีนี้จะเน้นออกกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลาง เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจการจัดสินทรัพย์ให้ชนะความผันผวน เพราะบริษัทจะไม่เน้นขายกองทุนโดยลูกค้ายังไม่มีความรู้หรือความเข้าใจอีก เนื่องจากฐานลูกค้าคือลูกค้าเงินฝากของแบงก์แม่ที่อนุรักษนิยม จึงจะแนะนำกองทุนความเสี่ยงปานกลางก่อน เมื่อลูกค้าเข้าใจแล้ว ก็จะแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง หรือ Class A ต่อ”

วันที่ 25–31 ม.ค.นี้ บริษัทจะเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์คุ้มครองเงินต้น โกลด์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 1 ขนาด 2,000 ล้านบาท อายุโครงการ 1 ปี ซึ่งจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย เพื่อคุ้มครองเงินต้นและสัญญาออปชันที่อ้างอิงกับราคาทองคำในตลาดลอนดอน ภาคบ่าย (GOLDLNPM) เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนสูงสุด 4.5% หากราคา GOLDLNPM อยู่ในช่วงบวก ลบ 15% ของราคา GOLDLNPM ณ วันจดทะเบียนทุกวันทำการที่ประกาศราคา ตลอดอายุกองทุน หากหลุดกรอบแต่อยู่ในช่วงบวก ลบ 20% จะได้ผลตอบแทน 1.5%

นางโชติกา กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนความเสี่ยงต่ำ ก็จะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายมากขึ้นและสามารถสร้างแรงจูงใจด้านผลตอบแทนแก่นักลงทุน เช่น กองทุนพันธบัตรต่างประเทศที่มีการจัดอันดับเครดิตมั่นคงสูงแต่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น ประเทศอิสราเอล หรือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หรือพันธบัตรต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงหลังหักต้นทุนป้องกันความเสี่ยงค่าเงินแล้ว

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะขยายตลาด โดยเน้นลูกค้าเอกชนขนาดเล็กและกลางที่เป็นฐานลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหลัก พร้อมกับรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ส่วนกองทุนส่วนบุคคลจะขยายตลาดไปที่บริษัทต่างประเทศรวมถึงบริษัทประกัน โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าขยายพอร์ตจาก 1 หมื่นล้านบาท เป็น 2.5 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น ปี 2553 สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) บริษัทเติบโต 13.4% มีเอยูเอ็ม 5.64 แสนล้านบาท ซึ่งมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาทั้ง 3 ธุรกิจรวม 6.6 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะเติบโตตามอุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน