posttoday
เอกชนขอยกเลิกวางเงินประกันค่าไฟเพิ่มสภาพคล่อง

เอกชนขอยกเลิกวางเงินประกันค่าไฟเพิ่มสภาพคล่อง

24 มกราคม 2554

เอกชนเสนอขอยกเลิกการวางเงินค้ำประกันค่าไฟ หรือให้ใช้กรมธรรม์พิเศษมาวางค้ำประกันแทนแบงค์การันตี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

เอกชนเสนอขอยกเลิกการวางเงินค้ำประกันค่าไฟ หรือให้ใช้กรมธรรม์พิเศษมาวางค้ำประกันแทนแบงค์การันตี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า ภาคเอกชนได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ขอให้พิจารณาการยกเลิกการค้ำประกันค่าไฟสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ หรือหากไม่ยกเลิกก็เสนอให้ใช้วิธีออกกรมธรรม์พิเศษขึ้นมาเพื่อใช้ค้ำประกันแทนการวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร (แบงก์การรันตี)

เดิมผู้ประกอบการจะต้องวางเงินประกันค่าไฟเท่ากับอัตราการใช้ไฟ 1 เดือน แต่มีการเรียกขอให้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 20% เพราะอ้างว่ามีโรงงานบางแห่งไม่ยอมจ่าย จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยรวมเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้เงินไปวางค้ำประกันเป็นจำนวนมาก แทนที่จะนำมาหมุนเวียนธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างกิจการที่เป็นขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถือเป็นภาระต้นทุนที่สูงขึ้น โดยรวมแล้วการวางเงินค้ำประกันค่าไฟของภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

นายวัลลภ วิตนากร  รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ทางภาคเอกชนได้ไปหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้ว เกี่ยวกับการออกกรมธรรม์ประเภทดังกล่าว ซึ่งทางคปภ.ก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ และสามารถดำเนินการได้ โดยการออกกรมธรรม์พิเศษในลักษณะดังกล่าวก็มีการทำอยู่แล้วในหลายธุรกิจ และเป็นการประยุกต์ใช้กรมธรรม์ที่ทั่วโลกก็ทำกัน รวมทั้งได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปยังการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้ว รอแต่ให้ทางเรกูเลเตอร์ตัดสินใจเท่านั้นว่าจะเห็นด้วยตามที่เสนอไปหรือไม่

"ภาคอุตสาหกรรมเสนอขอยกเว้นการวางค้ำประกันค่าไฟทั้งหมด แต่คงเป็นไปได้ยาก จึงเสนอให้ใช้กรมธรรม์พิเศษวางค้ำประกันแทน เพื่อนำเงินมาเพิ่มสภาพคล่อง ส่วนการจ่ายค่าเบี้ยประกันดังกล่าวก็จะไม่สูงเท่าการจ่ายเงินทำแบงก์การรันตี ให้กับธนาคารแน่นอน"นายวัลลภ กล่าว

นายเจน นำชัยศิริ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า นอกจากนโยบายเรื่องค่าไฟฟ้าที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีเรื่องการปรับลอยตัวราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมต้องการให้มีการชะลอการลอยตัวออกไปก่อน เพื่อให้ระยะเวลาในการปรับตัว เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การปรับตัวด้านธุรกิจ การปรับราคาสินค้ากับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออกจะมีปัญหามาก เพราะรับคำสั่งซื้อมาในต้นทุนปัจจุบัน แต่ถ้าเริ่มจะลอยตัวราคาแอลพีจีตั้งแต่ก.พ. 2554 เป็นต้นไป จะปรับราคาสินค้ากับลูกค้ายาก

ดังนั้น ทางส.อ.ท.จมีแผนจะไปหารือกับทางกระทรวงพลังงาน เพื่อให้รับทราบผลกระทบและยื่นข้อเสนอ โดยภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย เช่น มาตรการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี หาพลังงานประเภทอื่นมาให้ใช้แทน เช่น ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น รวมถึงให้ระยะเวลาในการปรับตัวประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

"อย่าคิดว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นในปีนี้ จะดีขึ้นในทุกกลุ่ม การประเมินว่าดีขึ้นมากเพราะนำไปเทียบกับปีก่อนที่เศรษฐกิจตกต่ำ แต่หากเทียบในภาวะปกติภาคอุตสาหกรรมในปีนี้ก็ถือว่าเติบโตตามปกติ จึงอย่ามองว่าภาคอุตสาหกรรมจะสามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้"นายเจน กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายของภาครัฐอีกหลายอย่างที่กระทบต่อภาคธุรกิจในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เช่นอัตราแลกเปลี่ยน ทิศทางดอกเบี้ย การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค