posttoday
สั่ง36โรงงานคุมมลพิษสารก่อมะเร็ง

สั่ง36โรงงานคุมมลพิษสารก่อมะเร็ง

24 มกราคม 2554

อุตฯ สั่ง 36 โรงงาน ทำแผนควบคุมมลพิษสารก่อมะเร็งที่ปล่อยจากโรงงาน พร้อมเข้าดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

อุตฯ สั่ง 36 โรงงาน ทำแผนควบคุมมลพิษสารก่อมะเร็งที่ปล่อยจากโรงงาน พร้อมเข้าดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์  ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมการบริหารจัดการสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ร่วมกับผู้ประกอบการในมาบตาพุด 36 ราย ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เชิญผู้ประกอบการในมาบตาพุดมาร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางการลดสารอินทรีย์ระเหย 3 ชนิด คือ สารเบนซีน สาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน และสาร 1,3-บิวทาไดอีน โดยขอให้โรงงานทั้ง 36 แห่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการปล่อยสารดังกล่าว จัดทำแผนการลดสารอินทรีย์ระเหยของแต่ละโรงงามาให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พิจารณาภายในวันที่ 4 ก.พ.2554

ทั้งนี้ แผนการลดสารอินทรีย์ดังกล่าวจะต้องครอบคลุมการปล่อยทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การรั่วซึม การเผาไหม้ การขนส่ง ถังเก็บ ระบบบำบัดน้ำเสียและการปล่อยมลพิษทางปล่อง ซึ่งโรงงานแต่ละแห่งจะมีแผนลดที่แตกต่างกัน เพราะโรงงานแต่ละประเภทจะมีการรั่วไหลของสาร VOCs ที่แตกต่างกัน โดยในช่วงแรกจะเป็นการขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้ช่วยลดการปล่อยไปก่อน

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กนอ.จัดกลุ่มโรงงานที่มีโอกาสปล่อยสารอินทรีย์ระเหยทั้ง 36 แห่ง ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ระดับมาก กลางและน้อย  เพื่อเป็นข้อมูลในการกำกับดูแลโรงงานในมาบตาพุด  ซึ่งต่อไปกระทรวงอุตสาหกรรมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเสนอร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมสารอินทรีย์ระเหยให้นายชัยวุฒิ  บรรณวัฒน์  รมว.อุตสาหกรรมพิจารณาลงนาม  และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้  โดยร่างประกาศดังกล่าวกำหนดวิธีการตรวจวัดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยตามมาตรฐานขององค์กรป้องกันสิ่งแวดล้อม สหรัฐอเมริกา (US.EPA)  ซึ่งจะกำหนดให้โรงงานที่ปล่อย VOCs เกินค่ามาตรฐานต้องปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด  และถ้าไม่ปรับปรุงก็อาจถูกสั่งหยุดหรือถอนใบอนุญาตประกอบการ

“ผู้ประกอบการเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรม  เพราะถ้าไม่แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุดอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในระดับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในอนาคต  และถ้าผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือก็จะไม่ได้รับความสะดวกในการขยายโรงงาน” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประชุมกังวลเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อลดการปล่อย VOCs ว่าหากต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ หรืออุปกรณ์ จะเท่ากับเป็นการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการที่ได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไปแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องยื่นขออีไอเอใหม่ จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยอำนวยความสะดวกในด้านนี้ด้วย

ทั้งนี้ โรงงานในมาบตาพุด 36 โรงงาน ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เช่น บริษัท ปตท.เคมิคอล บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น บริษัทพีทีที ฟีนอล  บริษัทระยองเพียวรีไยเออร์ บริษัทสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์  บริษัทกรุงเทพซินธิติกส์  บริษัทสยามเลเท็กซ์  บริษัทมาบตาพุด แทงก์ เทอมินัล เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค