
สั่งตั้งคณะกรรมการกลางรับฟังความเห็นประชาชน
กระทรวงอุตฯ สั่งหน่วยงานอนุญาตในสังกัดตั้งคณะกรรมการกลางรับฟังความเห็นประชาชน ด้านกนอ.สับสนหน่วยงานไหนต้องทำบ้าง เกรงเกิดการจัดซับซ้อนกัน
กระทรวงอุตฯ สั่งหน่วยงานอนุญาตในสังกัดตั้งคณะกรรมการกลางรับฟังความเห็นประชาชน ด้านกนอ.สับสนหน่วยงานไหนต้องทำบ้าง เกรงเกิดการจัดซับซ้อนกัน
นายโกศล ใจรังสี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อรับฟังความเห็นประชาชนสำหรับโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีการรับฟังความเห็นเร็วที่สุดในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยระหว่างนี้จะให้แต่ละหน่วยงานไปประเมินค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจจะเฉลี่ยงบประมาณมาจากแต่ละหน่วยงาน เพื่อใช้จัดทำเวทีรับฟังความเห็นโครงการจำนวน 65 โครงการ
ทั้งนี้ กนอ. ประเมินค่าใช้จ่ายประมาณโครงการละ 4-5 แสนบาท ซึ่งกนอ.เตรียมจะออกระเบียบเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากเอกชน ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะพิจารณาออกกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือไม่เก็บจากเอกชน
นายประสบศิลป์ โชติมงคล รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ยังมีความสับสนว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาต ที่ต้องจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน่วยงานใดบ้าง เนื่องจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่อนุมัติ อนุญาตมีหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เป็นผู้ออกใบประกอบกิจการพลังงาน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ก็เป็นผู้ออกใบอนุญาตก่อสร้าง เป็นต้น ถ้าทุกหน่วยงานต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดจะเกิดความซ้ำซ้อนกันได้
ดังนั้น จึงต้องการให้ระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าหน่วยงานใดต้องทำหน้าที่จัดเวทีรบฟังความคิดเห็น ตามระเบียบปฏิบัติใหม่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ทางกนอ.ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการกลางที่จะมาทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว โดยเตรียมคณะทำงาน 1 ชุด จำนวน 10 คน ซึ่งจะแต่และคนจะเวียนกันเป็นประธานในแต่ละโครงการ โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกอนอ. ในวันที่ 27 ม.ค. นี้
นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ม.ค. 2553 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าสถานการณ์โครงการในมาบตาพุด ที่ศูนย์บริการ One Start One Stop Service ตึกจามจุรีสแควร์ โดยกนอ.จะเตรียมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับความคืบหน้ามารายงาน โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการมาประสานและหารือกับกนอ.ในการเขียนคำร้อง ดังนี้ โครงการในกลุ่มที่ 1 ที่สามารถเทียบเคียงกับ 11 โครงการ ที่สามารถขอผ่อนผันศาลออกมาได้แล้ว จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1. บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ บริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ บริษัทปตท.เคมิคอล สาขาไอ-สี่ และบริษัทไบเออร์ไทย
โครงการในกลุ่มที่ 2 ที่เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ประกอบด้วย บริษัทไบเออร์ไทย และโครงการในกลุ่มที่ 3 ที่ต้องหาเหตุผลเพิ่มเติม จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ บริษัทสยามแผ่นเหล็กวิลาส บริษัทบลูสโปสตีล บริษัทบีอาร์พี สตีล บริษัทกรุงเทพซินธิติกส์ บริษัทไทยโพลีคาร์บอเนต และบริษัทวนชัย เคมีคอล อินดัสทรี่ส์







