
สตาร์ปิโตรเลียมเคาะขายหุ้นเม.ย.
โพสต์ทูเดย์
— สตาร์ ปิโตรเลียมฯ คาดพร้อมระดมทุนตลาดหุ้นเดือน เม.ย.พ.ค. รอ ปตท.เชฟรอนเลือกที่ปรึกษาการเงินนายวิลเลียม แอล สโตน ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ว่า จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค.นี้ โดยต้องเตรียมความพร้อมอีกหลายขั้นตอน เช่น การคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปตท.และเชฟรอนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องมีความเห็นที่ตรงกันในการคัดเลือกด้วย
ทั้งนี้ สัดส่วนการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ 30% ส่งผลให้การถือหุ้นของเชฟรอนเหลือ 45% จากปัจจุบันถือ 64% ในขณะที่ ปตท. ถือหุ้น 25% จากปัจจุบัน 36% แต่ยังไม่สามารถระบุเม็ดเงินที่จะได้รับจากการกระจายหุ้นครั้งนี้ รวมทั้งแผนการใช้เงินดังกล่าวในกิจการโรงกลั่น คงต้องรอให้มีความชัดเจนของที่ปรึกษาทางการเงินก่อน
ปัจจุบันโรงกลั่นสตาร์ ปิโตรเลียมฯ ถือเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากไทยออยล์และเอสโซ่ โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละ 1.55 แสนบาร์เรล ในปีที่ผ่านมา และปีนี้จะเพิ่มอีก 1 แสนบาร์เรล/วัน เป็นวันละ 1.65 แสนบาร์เรล
ขณะนี้แนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นในประเทศไทยยังสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ถือหุ้น โดยปีที่ผ่านมาค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แม้ค่าการกลั่นที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ระดับ 6.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก็ตาม ซึ่งปีนี้นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 4.55.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เท่านั้น
นายสโตน กล่าวถึงนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยทำให้ยากต่อการวางนโยบายด้านนี้ และทำให้การวางนโยบายในหลายเรื่องไม่ได้มองภาพรวมหรือระยะยาว แต่เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในภาคครัวเรือนเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย







