
‘วรรณ’ลุยแก้ระบบภายใน
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.วรรณ ไม่เน้นเพิ่มสินทรัพย์สูงลิ่ว ขอเน้นปรับระบบงานภายใน หวังบริหารกองทุนผลงานดีขึ้น มองหุ้นปีนี้แกว่งสูง หุ้นขนาดกลางเล็กยังน่าสนใจนายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านบาท โดยสิ้นปีนี้คาดหวังว่าจะเพิ่มเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ได้เน้นเพิ่มสินทรัพย์สูงมากนัก เนื่องจากมีแผนปรับปรุงระบบงานให้สนับสนุนการลงทุนมากขึ้น
“
เป้าหมายจะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นของบริษัทดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันขึ้นมาอยู่อันดับ 56 ของระบบ ถือว่าน่าพอใจ ขั้นตอนต่อไปต้องแก้ระบบงานต่อ เพราะหากเป็นปัญหา จะทำให้การทำงานหรือการใช้ข้อมูลมีปัญหาได้ในอนาคต” นายมนรัฐ กล่าวสำหรับกลยุทธ์การลงทุนของพอร์ตกองทุนหุ้นในปีนี้ ภายใต้ตลาดผันผวนนั้น บริษัทคงเน้นเลือกลงทุนหุ้นที่มั่นใจว่าพื้นฐานดีและมีมูลค่าถือไว้ในพอร์ต คงซื้อขายมากขึ้นไม่ได้ เพราะอาจทำให้จับจังหวะผิดได้
นายมนรัฐ กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนออกกองทุนใหม่ เช่น กองทุนที่กำหนดเป้าหมายและผลตอบแทนที่ชัดเจน หรือกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่อาจลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) รวมถึงออกกองทุนตราสารหนี้ในประเทศผสมกับตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่น่าจูงใจ โดยจะเน้นการลงทุนระยะสั้นๆ ไปก่อน
ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นปี 2554 คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากจากปีก่อน จนทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ตลาดสูงขึ้น ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) คาดว่าจะเติบโตลดลงเหลือประมาณ 1520% จากปีก่อนที่เติบโต 3040% จึงคาดการณ์ดัชนีในปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 1,1501,200 จุด ที่พี/อี 1315 เท่า และมองจุดต่ำอยู่ที่ 980 จุด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะทำให้เงินจะโยกกลับไปลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจยุโรป ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคงขึ้นอีก 0.5% ขณะที่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีนี้ เงินคงเข้ามาในตลาดหุ้นมากก่อนเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นคงไม่ค่อยดี จึงมองจุดสูงสุดของหุ้นไทยน่าจะอยู่ในครึ่งปีแรก บริษัทจึงยังไม่มีแผนออกกองทุนหุ้น โดยมองหุ้นขนาดกลางและเล็กยังน่าสนใจ
“
ตลาดหุ้นปีก่อนไม่มีคู่แข่ง เพราะพีอีต่ำ กำไรบจ.โตมาก แต่ปีนี้มีคู่แข่งมากขึ้น สินทรัพย์อื่นๆ น่าสนใจลงทุนมากกว่าปีก่อน เช่น น้ำมัน โภคภัณฑ์ หุ้นคงเหวี่ยงมาก แต่เรามองจุดต่ำสุดอยู่ที่ 980 จุด เพราะถ้าลงไปซื้อขายที่พีอี 10.5 เท่าไม่น่าเป็นไปได้ แถว 11.5 เท่านักลงทุนก็คงเข้ามาซื้อ”นายมนรัฐ กล่าวสำหรับเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่มั่นใจว่าจะมีเข้ามาต่อเนื่องหรือไม่ เพราะเงินเริ่มไหลไปสหรัฐมากขึ้นแล้ว ขณะที่หุ้นเอเชียก็เริ่มมีแรงขายออกแล้ว ขณะที่สหรัฐเพิ่งเริ่มฟื้น
นายมนรัฐ กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทางเลือกลงทุนได้ และปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทบริหารอยู่ทุกประเภท (1, 2, 3 และ 4) มีประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท โดยไม่มีแผนนำกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) เปลี่ยนไปเป็นกองทุน REIT
“
ล่าสุดล่าสุดสำหรับแผนการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ นายมนรัฐ กล่าวว่า นอกจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตรีนีตี้ ที่จะเปิดขายไอพีโอในวันที่ 916 กุมภาพันธ์ นี้
บลจ.ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจรณากองทุนอสังหาฯอีก 1 กองทุนซึ่งจะเป็นการลงทุนในโรงแรมคาดว่าจะเปิดขายได้ประมาณครึ่งปีแรก แต่หากคณะกรรมการกำ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต. ออกกฏกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(Real Estate Investment Trust: REIT) เสร็จสิ้น กองทุนอสังหาฯ
โรงแรมก็จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นกองทุนอสังหาฯแบบREIT เเทนรวมถึงกองทุนอสังหาฯที่จะออกในอนาคตอีกเช่นกัน อย่างไรก็ตามกองทุนอสังหาฯที่ซื้อขายอยู่ใน
ตลาดหลักทรัพย์ทางเราเองคงจะไม่มีการเปลี่ยนจากรูปแบบกองทุน 1 เป็นการลงทุนแบบ REIT อีกด้วย
บลจ.ได้รับโอนบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยอินดัสเตรียล 1 (TIF 1) เข้ามาบริหารเพิ่มอีก 747 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนนี้มีปัญหาอัตราเช่าลดลงเหลือประมาณ 6070% พื้นที่บางส่วนร้าง และผู้เช่าบางรายมีคดีความอยู่ บริษัทก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
” นายมนรัฐ กล่าว&<2288;
จัดการปรับปรุงให้มีอัตราการเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ทางกองทุนดังกล่าวยังมีคดีความฟ้องร้องอยู่ซึ่งทางบลจ.ก็คงจะทำดำเนินงานตามกฎหมายเช่นกัน







