posttoday
‘วรรณ’ลุยแก้ระบบภายใน

‘วรรณ’ลุยแก้ระบบภายใน

24 มกราคม 2554

 

 

หวังผลงานกองทุนหุ้นแจ่มขึ้น ชี้ปีนี้ดัชนีแกว่งสูงเชียร์หุ้นจิ๋ว

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.วรรณ ไม่เน้นเพิ่มสินทรัพย์สูงลิ่ว ขอเน้นปรับระบบงานภายใน หวังบริหารกองทุนผลงานดีขึ้น มองหุ้นปีนี้แกว่งสูง หุ้นขนาดกลางเล็กยังน่าสนใจ

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านบาท โดยสิ้นปีนี้คาดหวังว่าจะเพิ่มเป็น 7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ได้เน้นเพิ่มสินทรัพย์สูงมากนัก เนื่องจากมีแผนปรับปรุงระบบงานให้สนับสนุนการลงทุนมากขึ้น

“เป้าหมายจะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นของบริษัทดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันขึ้นมาอยู่อันดับ 56 ของระบบ ถือว่าน่าพอใจ ขั้นตอนต่อไปต้องแก้ระบบงานต่อ เพราะหากเป็นปัญหา จะทำให้การทำงานหรือการใช้ข้อมูลมีปัญหาได้ในอนาคต” นายมนรัฐ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของพอร์ตกองทุนหุ้นในปีนี้ ภายใต้ตลาดผันผวนนั้น บริษัทคงเน้นเลือกลงทุนหุ้นที่มั่นใจว่าพื้นฐานดีและมีมูลค่าถือไว้ในพอร์ต คงซื้อขายมากขึ้นไม่ได้ เพราะอาจทำให้จับจังหวะผิดได้

นายมนรัฐ กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนออกกองทุนใหม่ เช่น กองทุนที่กำหนดเป้าหมายและผลตอบแทนที่ชัดเจน หรือกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่อาจลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) รวมถึงออกกองทุนตราสารหนี้ในประเทศผสมกับตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่น่าจูงใจ โดยจะเน้นการลงทุนระยะสั้นๆ ไปก่อน

ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นปี 2554 คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากจากปีก่อน จนทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ตลาดสูงขึ้น ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) คาดว่าจะเติบโตลดลงเหลือประมาณ 1520% จากปีก่อนที่เติบโต 3040% จึงคาดการณ์ดัชนีในปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 1,1501,200 จุด ที่พี/อี 1315 เท่า และมองจุดต่ำอยู่ที่ 980 จุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะทำให้เงินจะโยกกลับไปลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจยุโรป ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคงขึ้นอีก 0.5% ขณะที่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีนี้ เงินคงเข้ามาในตลาดหุ้นมากก่อนเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นคงไม่ค่อยดี จึงมองจุดสูงสุดของหุ้นไทยน่าจะอยู่ในครึ่งปีแรก บริษัทจึงยังไม่มีแผนออกกองทุนหุ้น โดยมองหุ้นขนาดกลางและเล็กยังน่าสนใจ

“ตลาดหุ้นปีก่อนไม่มีคู่แข่ง เพราะพีอีต่ำ กำไรบจ.โตมาก แต่ปีนี้มีคู่แข่งมากขึ้น สินทรัพย์อื่นๆ น่าสนใจลงทุนมากกว่าปีก่อน เช่น น้ำมัน โภคภัณฑ์ หุ้นคงเหวี่ยงมาก แต่เรามองจุดต่ำสุดอยู่ที่ 980 จุด เพราะถ้าลงไปซื้อขายที่พีอี 10.5 เท่าไม่น่าเป็นไปได้ แถว 11.5 เท่านักลงทุนก็คงเข้ามาซื้อ”นายมนรัฐ กล่าว

สำหรับเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่มั่นใจว่าจะมีเข้ามาต่อเนื่องหรือไม่ เพราะเงินเริ่มไหลไปสหรัฐมากขึ้นแล้ว ขณะที่หุ้นเอเชียก็เริ่มมีแรงขายออกแล้ว ขณะที่สหรัฐเพิ่งเริ่มฟื้น

นายมนรัฐ กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทางเลือกลงทุนได้ และปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทบริหารอยู่ทุกประเภท (1, 2, 3 และ 4) มีประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท โดยไม่มีแผนนำกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) เปลี่ยนไปเป็นกองทุน REIT

“ล่าสุดล่าสุด

สำหรับแผนการออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ นายมนรัฐ กล่าวว่า นอกจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์ตรีนีตี้ ที่จะเปิดขายไอพีโอในวันที่ 916 กุมภาพันธ์ นี้

บลจ.ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจรณากองทุนอสังหาฯอีก 1 กองทุนซึ่งจะเป็นการลงทุนในโรงแรมคาดว่าจะเปิดขายได้ประมาณครึ่งปีแรก แต่หากคณะกรรมการกำ

หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต. ออกกฏกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(Real Estate Investment Trust: REIT) เสร็จสิ้น กองทุนอสังหาฯ

โรงแรมก็จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นกองทุนอสังหาฯแบบREIT เเทนรวมถึงกองทุนอสังหาฯที่จะออกในอนาคตอีกเช่นกัน อย่างไรก็ตามกองทุนอสังหาฯที่ซื้อขายอยู่ใน

ตลาดหลักทรัพย์ทางเราเองคงจะไม่มีการเปลี่ยนจากรูปแบบกองทุน 1 เป็นการลงทุนแบบ REIT อีกด้วย

บลจ.ได้รับโอนบริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยอินดัสเตรียล 1 (TIF 1) เข้ามาบริหารเพิ่มอีก 747 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนนี้มีปัญหาอัตราเช่าลดลงเหลือประมาณ 6070% พื้นที่บางส่วนร้าง และผู้เช่าบางรายมีคดีความอยู่ บริษัทก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายมนรัฐ กล่าว

&<2288;

จัดการปรับปรุงให้มีอัตราการเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ทางกองทุนดังกล่าวยังมีคดีความฟ้องร้องอยู่ซึ่งทางบลจ.ก็คงจะทำดำเนินงานตามกฎหมายเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน