
รายย่อยหนุนโฮมออฟฟิศโต
โพสต์ทูเดย์
— เอสเอ็มอีโตดันโฮม ออฟฟิศรุ่ง อสังหาฯ รายเล็กรายใหญ่ แห่ดึงที่ดินหน้าโครงการเก่าผุดบ้านพร้อมสำนักงานนายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร เปิดเผยว่า แนวโน้มความต้องการบ้านพร้อมสำนักงานขนาดเล็ก หรือโฮม ออฟฟิศ ขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่หันมารุกสินเชื่อเพื่อรายย่อยมากขึ้น
ปัจจุบันผู้ประกอบการวิชาชีพ เช่น ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้นำเข้าส่งออก เป็นต้น หันมารวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งกลุ่มนี้ไม่เน้นออฟฟิศทำเลในเมือง เพราะมีต้นทุนสูง การลงทุนซื้อโฮมออฟฟิศในระยะยาวมีความคุ้มทุนมากกว่า โดยเฉลี่ยโฮมออฟฟิศในลักษณะนี้จะมีราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 34 ล้านบาท และระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทเตรียมเปิดขายโครงการสถาพร โฮม ออฟฟิศ เฟส 2 จำนวน 40 ยูนิต บนพื้นที่ 4 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท โดยนำที่ดินด้านหน้าโครงการหมู่บ้านจัดสรรเดิมของบริษัทมาพัฒนา ซึ่งจำนวนที่เปิดขายในเฟสนี้ใกล้เคียงกับเฟสที่ผ่านมา ที่ขณะนี้ปิดการขายได้ 100% แล้ว
ด้านราคาขายโครงการดังกล่าวเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท ซึ่งขยับราคาขึ้นจากในเฟสแรกที่เปิดขายเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ล้านบาท โดยในเฟสใหม่จะเน้นฟังก์ชันการใช้งานสำนักงาน การวางระบบไอที รองรับกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้
นอกจากความต้องการโฮม ออฟฟิศที่ขยายตัวแล้ว การพัฒนาโครงการลักษณะนี้ ยังไม่เน้นการอัดโปรโมชั่นเหมือนการขายบ้านจัดสรรทั่วไป เพราะลูกค้าที่ต้องการซื้อโฮมออฟฟิศจะเปรียบเทียบข้อมูลความคุ้มค่ากับการเช่าอาคารสำนักงาน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างแสนสิริ ก็หันมาบุกตลาดโฮม ออฟฟิศด้วยเช่นกัน โดยแตกแบรนด์
“บี อเวนิว” บนทำเลวัชรพล ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท จำนวน 116 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 600 ล้านบาท เป็นการนำที่ดินบริเวณด้านหน้าโครงการจัดสรรเดิม เศรษฐสิริ วัชรพล มาพัฒนาเช่นกัน






