
ค่าเงินบาทผันผวน ตามภาวะตลาดหุ้น
....วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1721 ม.ค. 2554) เงินบาทปรับอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังการร่วงลงของตลาดหุ้น จากการที่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง ก่อนฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ ภายหลังแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลง ประกอบกับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาในยุโรป แม้ผลการประชุม รมว.คลังยุโรป ในช่วงต้นสัปดาห์ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเพิ่มขนาดกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป หรือ EFSF ก็ตาม
เงินบาทปรับตัวในช่วง 30.2530.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ดีขึ้นหลังจากเคลื่อนไหวในช่วง 30.3330.73 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ความสนใจของตลาดการเงินมุ่งไปที่การเดินทางเยือนสหรัฐ ของประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ของจีน ช่วงวันที่ 1821 ม.ค. โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับค่าเงินหยวน ซึ่งธนาคารกลางจีนมีการกำหนดค่ากลางซื้อขายเงินหยวน ในระดับแข็งค่าเป็นประวัติการณ์ เพื่อลดแรงกดดันจากต่างประเทศในช่วงการเยือนสหรัฐของผู้นำจีน ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนให้ค่าเงินภูมิภาคและเงินบาทปรับตัวในทิศทางแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ก่อนจะอ่อนค่าลง
ขณะเดียวกัน แรงซื้อคืนเหรียญสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 30.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์
เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.52 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนในช่วงต้นสัปดาห์อ่อนค่าลงจากระดับ 30.46 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังคงแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จากแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐที่ยังมีเข้ามาในตลาด ขณะเดียวกันค่าเงินบาทยังได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงต้นสัปดาห์ จากตลาดหุ้นจีนร่วงลงกว่า 3% ตามด้วยทางการไต้หวันที่ออกมาระบุว่าจะมีการจัดเก็บภาษีที่ดินที่ยังไม่ได้มีการพัฒนา ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการคุมเข้มการเงินในภูมิภาคและมีการขายหุ้นสินทรัพย์ภูมิภาคออกมา
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายสุทธิออกมา ส่งผลให้เงินบาทอ่อนตัวลงสู่ระดับ 30.53 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ในช่วงกลางสัปดาห์เงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 30.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนเริ่มแข็งค่าตามสกุลเงินภูมิภาคที่ปรับแข็งค่าขึ้น โดยมีแรงหนุนจากเหรียญสหรัฐ ที่นักลงทุนเริ่มมีการทยอยขายเหรียญสหรัฐออกมาแล้วกลับเข้าซื้อสกุลเงินอื่นๆ อาทิ ยูโร ปอนด์ หลังจากเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาในยุโรป
ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงอีกครั้ง อยู่ที่ระดับ 30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้น โดยนักลงทุนต่างชาติมีการถอนเงินทุนจากตลาดหุ้นเอเชีย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของทางการจีน และการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ที่ออกมาดีเกินคาดที่ 10.3% ทำให้ตลาดห่วงเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งมุมมองดังกล่าวส่งผลกระทบค่อนข้างมากต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่ร่วงลงกว่า 12 จุด หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิอีกกว่า 2,600 ล้านบาท และฉุดให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 30.53 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นตอบรับข้อมูลการจ้างงานและยอดขายบ้านมือสองที่ออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับแรงซื้อเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้ค้าทองที่มีเข้ามาจำนวนมาก ส่งผลให้เงินบาทร่วงลงสู่ระดับ 30.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์
สำหรับสัปดาห์นี้ (2428 ม.ค. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่า เงินบาทน่าจะยังคงปรับตัวผันผวนตามภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น และการแกว่งตัวของเหรียญสหรัฐ คาดว่าเงินบาทจะปรับตัวในช่วง 30.4030.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงต่อเนื่องจาก 30.2530.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนยังให้ความสนใจการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐ ถ้าออกมาดีจะเป็นแรงหนุนการลงทุนในตลาดหุ้นให้ปรับตัวดีขึ้น ช่วยหนุนเหรียญสหรัฐปรับตัวขึ้น และยังต้องติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 2526 ม.ค.นี้ รวมถึงจับตาการส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการ QE ว่าจะทำตามกำหนดในเดือน มิ.ย.นี้หรือไม่







