
ราคาทองสัปดาห์นี้ทะยานต่อ คาดQ1ทุบสถิติใหม่ไม่แผ่วมองครึ่งหลังแตะ 2,300
ฮั่วเซ่งเฮงแนะราคาทองสัปดาห์นี้ทะยานต่อ คาดQ1ทุบสถิติใหม่ไม่แผ่วครึ่งหลังแตะ 2,300 ดอลลาร์ เหุตมองเฟดลดดอกเบี้ย
ฮั่วเซ่งเฮงให้มุมมองราคาทองสัปดาห์นี้ว่า ราคาทองคำ spot ได้ขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ 2,195 ดอลลาร์ ยังคงได้รับแรงหนุนจากตลาดคาดการณ์ว่าปีนี้เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ย แม้ว่าตอนนี้ ยังไม่ได้ลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นจริง แต่ราคาทองคำแท่งในประเทศกลับน่าสนใจยิ่งกว่า เนื่องจากว่าได้ทำ All-Time High ไปแล้ว 10 ครั้งในปีนี้ โดยล่าสุดระดับสูงสุดใหม่ของทองคำแท่งอยู่ 36,500 บาท ทำให้เกิดคำถามว่า? ราคาทองคำจะมี All-Time High รอบใหม่อีกครั้งหรือไม่?
ถ้าพิจารณาการคาดการณ์ราคาทองคำโลกปีนี้ของแต่ละโบกเกอร์ต่าง ๆ ในต่างประเทศพบว่า Bank of America คาดการณ์เป้าหมายของราคาทองปีนี้อยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ ขณะที่ JP Morgan คาดการณ์เป้าหมายของราคาทองปีนี้อยู่ที่ 2,300 ดอลลาร์ ส่วน UBS คาดการณ์เป้าหมายของราคาทองปีนี้อยู่ที่ 2,200 ดอลลาร์ และ Gold IRA Guide คาดการณ์เป้าหมายของราคาทองปีนี้อยู่ที่ 2,300 ดอลลาร์
ขณะที่ฮั่วเซ่งเฮงปรับเพิ่มการคาดการณ์เป้าหมายของราคาทองคำปีนี้ที่ 2,300 ดอลลาร์ ซึ่งช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าอาจจะได้เห็นราคาทองคำปรับขึ้นระดับสูงสุดใหม่ (All-Time High) อีกครั้ง หลังจากช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เราได้เห็นการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำสู่ All-Time High อย่างต่อเนื่อง
สาเหตุหลัก ๆ ยังคงมาจากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด แน่นอนว่าปีนี้เฟดจะลดดอกเบี้ยอย่างแน่นอน แต่จำนวนครั้งในการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ จะส่งผลต่อความผันผวนของราคาทองคำเป็นอย่างมาก โดยเฟดได้เคยส่งสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ แต่ไม่ระบุช่วงเวลาว่าจะเกิดการปรับลดดอกเบี้ยเมื่อใด แต่การคาดการณ์จำนวนครั้งของการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และการส่งสัญญาณของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งตอนนี้ตลาดปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้เป็น 4 ครั้ง ซึ่งเพิ่มจำนวนครั้งมากกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมองว่าเฟดน่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.เป็นครั้งแรก
ถ้าพิจารณาจากกราฟของราคาทองคำ spot รายเดือน เราจะเริ่มเห็นกราฟราคาทองคำที่มีลักษณะคล้ายถ้วยจากขอบแก้วด้านซ้ายที่ราคา 1,920 ดอลลาร์ เมื่อเดือน 9 ปี 2011 จากนั้นราคาทองก็ปรับตัวลงไปทำก้นถ้วยที่ 1,046 ที่เดือน 12 ปี 2015 จากนั้นก็แกว่งตัวอยู่ที่ก้นถ้วยนานหลายปี ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นมาทำขอบถ้วยด้านขวาที่ 2,074 เมื่อเดือน 8 ปี 2020 จากนั้นราคาทองก็แกว่งตัวในช่วงของการเป็นหูของถ้วยนานถึง 4 ปี ตอนนี้ดูเหมือนใกล้ที่ราคาทองจะทะลุขอบบนของหูถ้วยที่ 2,200 ดอลลาร์
หากผ่านตรงนี้ขึ้นไปได้ ทางเทคนิคจะบอกว่าราคาจะวิ่งขึ้นเท่ากับความลึกของก้นถ้วย ซึ่งถ้าลองวัดก้นถ้วย จะมีความลึกถึง 1,028 ดอลลาร์ นั่นเท่ากับว่ากรอบเป้าหมายของทองในทางเทคนิคน่าจะอยู่ที่เหนือ 3,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้ราคาทองคำมีแนวต้านระยะแรกที่ 2,200-2,300 ดอลลาร์ หากผ่านขึ้นไปได้ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็มีโอกาสที่ราคาจะดีดขึ้นแรงมากไปจนถึง 3,000 ดอลลาร์ แต่คาดว่าอาจใช้เวลานานหลายปี
จากการวิเคราะห์ราคาทองคำ ยังคงเกิดแท่งเทียนสีเขียวแท่งยาว โดย High และ Low ของแต่ละแท่งเทียนยังคงยกระดับสูงขึ้น และปิดตลาดใกล้ All-Time high ใหม่ ขณะที่สัญญาณเทคนิครายวันของราคาทองคำยังคงมีทิศทางปรับตัวขึ้น โดยแนวต้านสำคัญ 2,200 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,250-2,300 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าระยะสั้นแนวต้านดังกล่าวอาจจะเผชิญแรงขายออกมาก สัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน
สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 2,160 ดอลลาร์ และ 2,144 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,200 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,250 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 36,200 บาท และ 36,000 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 36,800 บาท และ 37,000 บาท
ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 11 – 15 มี.ค. 67 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ14 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือเทียบเป็น 50% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 29% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 21% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 351 ราย ในจำนวนนี้มี 265 ราย หรือเทียบเป็น 75% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 49 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 37 ราย หรือเทียบเป็น 11% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 35,250 – 36,500 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 36,500 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 1,300 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 35,200 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
1. นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หลังจากการประกาศตัวเลขอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วขึ้น นอกจากนี้ การซื้อทองของธนาคารกลางต่าง ๆ ในหลายประเทศ ได้หนุนราคาทองคำขึ้นในช่วงที่ผ่านมาด้วย
2. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองผู้บริโภค, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ตัวเลขยอดค้าปลีก และข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเดือน กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญเพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ FED รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์







