posttoday
ลุ้นราคาทองสัปดาห์นี้มีแนวต้าน2,050ดอลลาร์-ศูนย์วิจัยทองฯชี้ปรับขึ้น

ลุ้นราคาทองสัปดาห์นี้มีแนวต้าน2,050ดอลลาร์-ศูนย์วิจัยทองฯชี้ปรับขึ้น

26 กุมภาพันธ์ 2567

มุมมองราคาทองสัปดาห์นี้ฮั่วเซ่งเฮงให้กรอบ 2,006 - 2,065 ดอลลาร์ มีสัญญาณปรับลงไม่มากให้จับตาแนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ ส่วนรายงานจากศูนย์วิจัยทองคำชี้ราคาทองปรับขึ้น

ฮั่วเซ่งเฮงให้มุมมองราคาทองสัปดาห์นี้มีแนวรับอยู่ที่ 2,024 ดอลลาร์ และ 2,006 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,065 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 34,300 บาท และ 34,200 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 34,650 บาท และ 34,700 บาท

ด้วยปัจจัยหนุนทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ สงครามยูเครน-รัสเซีย สงครามอิสราเอล-ฮามาส และธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยลบจากความต้องการทองคำจากจีนลดลง จากเศรษฐกิจจีนที่คาดเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงในปีนี้ และเฟดอาจจะตรึงดอกเบี้ยระดับสูงนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหว Sideways up และสามารถปรับขึ้นทะลุเส้น SMA50 ขึ้นมาได้ และ เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal line ขึ้นมา เกิด Bullish MACD ซึ่งส่งสัญญาณการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมายังคงเคลื่อนไหวภายในกรอบเส้นแนวรับแนวต้านที่มีลักษณะแบบ Down Trend

ดังนั้นจึงให้จับตาบริเวณแนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถ Breakout ทะลุขึ้นมาได้ จะส่งผลให้ราคาทองปรับตัวลง แต่อาจไม่มาก รวมถึงสัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานเดือนม.ค. (m/m) จีดีพีไตรมาส 4 (ประมาณการครั้งที่ 2) ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. โดย Conference Board จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนก.พ. ยอดทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายเดือนม.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.โดย ISM และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.ของม.มิชิแกน

นักลงทุนเริ่มปรับลดการคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 3 ครั้งในปีนี้

ตลาดเริ่มปรับลดการคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของเฟด จากเดิมที่ตลาดมีมุมมองว่าเฟดอาจจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในเชิงรุก โดยปรับลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วกว่า 6-7 ครั้งในปีนี้ จากที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมากกว่าการส่งสัญญาณของเฟดก่อนหน้านี้

แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดก็ปรับเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง โดยลดการคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ โดยตลาดมองว่าเฟดน่าจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้เหลือเพียง 3 ครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของเฟด ทั้งนี้ตลาดคาดว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรก 0.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย. และจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งอย่างละ 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. และพ.ย. รวมลดดอกเบี้ยกว่า 0.75% ในปีนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยมาสู่ระดับ 4.50%-4.75% ในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ในเดือนธ.ค.ปี 2566 เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 0.75% เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2568 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.00% และปี 2569 เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดลดลงสู่ช่วง 2.00-2.25% ซึ่งใกล้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.50%

ส่วนสาเหตุที่ตลาดเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองสอดคล้องกับมุมมองของเฟด มาจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านต่างให้ความเห็นเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ ที่ยังไม่เร่งรีบในการปรับลดดอกเบี้ย เนื่องจากรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และอัตราเงินเฟ้อที่มีสัญญาณอย่างแน่ชัดว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าเฟดระบุว่าจำเป็นต้องดูข้อมูลเงินเฟ้ออีก 2-3 เดือน เพื่อตรวจสอบว่าเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางที่มีเสถียรภาพด้านราคา

นอกจากนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงแล้วที่ผ่านมานั้น แต่การเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.พุ่งสูงขึ้นเกินคาด ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นนี้ก็เป็นสาเหตุให้ตลาดเริ่มลดการคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดลง

ทั้งนี้ ด้วยการเลื่อนปรับลดดอกเบี้ยออกไป จะทำให้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในระดับสูงนานขึ้น อาจส่งผลให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น จึงเป็นแรงกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงได้ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดด้านตะวันออกกลางที่ส่อแววมีความรุนแรงมากขึ้น และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลก

ผลสำรวจราคาทองสัปดาห์นี้

GRC Gold Survey 26 Feb - 1 Mar 2024

ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.-1 มี.ค. 67 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุว่า 14 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 7 ราย หรือเทียบเป็น 50% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 36% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 305 ราย ในจำนวนนี้มี 196 ราย หรือเทียบเป็น 64% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 74 ราย หรือเทียบเป็น 24% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 35 ราย หรือเทียบเป็น 12% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

สถานการณ์ราคาทองคำ

ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 34,300 – 34,550 บาท ต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 34,550 บาท ต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 250 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 34,300 บาท) ดูรายงาน GRC ฉบับก่อนหน้า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

1. สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากกลุ่มฮูตีประกาศยกระดับการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงด้วยการใช้ “อาวุธใต้น้ำ” โดยจะโจมตีเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล สหรัฐฯ และอังกฤษ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ ทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น

2. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ประมาณการครั้งที่ 2 ของจีดีพีไตรมาสที่ 4/2566, รายได้/การใช้จ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Index เมื่อเดือน มกราคม 2567,  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเดือน กุมภาพันธ์ 2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร