
สิ้นตำนานกองทุน‘อุ้มสถาบันการเงิน’
โพสต์ทูเดย์ — บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ มีมติออกกฎหมายปิดกิจการ โอนสินทรัพย์ไปให้คลัง 34 แสนล้านบาท ส่วนหนี้สิน 1.14 ล้านล้านบาท ยกให้ปลัดคลังผู้ว่า ธปท.สานต่อ
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ในฐานะรองประธานกรรมการ คณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ตกลงให้มีการออกกฎหมายเพื่อปิดกองทุนฟื้นฟูฯ โดยจะร่างเป็น พ.ร.บ.และเสนอต่อสภา เพื่อให้สามารถโอนสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปให้กระทรวงการคลัง ให้สามารถนำเงินไปใช้หนี้เงินต้น FIDF1 และ FICF3 ที่ยังเหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาทได้
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า ในรายละเอียดของร่างกฎหมายปิดตัวกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น ธปท.และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะร่วมกันยกร่างขึ้นมา หลังจากนั้นจะได้โอนทรัพย์สินให้แก่กระทรวงการคลัง ในเบื้องต้นคาดว่าจะให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นทรัพย์สินกองทุนฟื้นฟูฯ น่าจะมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท เพียงแต่สินทรัพย์บางประเภทจะยังขายออกไม่ได้ทันที ต้องมีการบริหารจัดการต่อไป เพื่อขายในราคาที่เหมาะสม
“
บอร์ดจะดูเฉพาะกระบวนการแก้ไขกฎหมายให้ทำได้เร็วๆ จึงยังไม่ได้หารือเรื่องแก้ไขหรือเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้เพิ่มเติม เพราะการแก้ปัญหาหนี้สินนั้น นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. อยู่ระหว่างหารือกัน” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวด้านนางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายจัดการกองทุน ในฐานะผู้จัดการกองทุนฟื้นฟู กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยังเหลือภาระชำระคืนหนี้พันธบัตรออมทรัพย์ให้กับประชาชนอีก 3.1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ส่วนสินทรัพย์ที่เหลือทั้งหมด หากปิดกองทุนฟื้นฟูแล้วจะโอนไปให้กระทรวงการคลัง เพื่อนำไปใช้หนี้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนออก พ.ร.บ.เพื่อปิดกองทุนฟื้นฟู ซึ่งต้องผ่านการอนุมัติของรัฐสภาคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
“
เท่าที่ได้มีการตีราคาเบื้องต้น เพื่อเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูรับทราบ ทั้งในส่วนของหุ้นซึ่งใช้ราคาตลาดและสินทรัพย์อื่นๆ ที่ใช้ราคายุติธรรมแล้ว คิดว่าสินทรัพย์ที่โอนไปกระทรวงการคลังน่าจะมีมูลค่าประมาณ 34 แสนล้านบาท โอนทรัพย์หมดก็เท่ากับหมดหน้าที่ของกองทุนฟื้นฟูแล้ว ส่วนหนี้สินที่เหลือที่เป็นภาระต้องจ่ายก็เป็นหน้าที่ต้องหาทางแก้ไขร่วมกันระหว่างคลังและ ธปท.” นางทองอุไร กล่าวอย่างไรก็ตาม ภาระหน้าที่ตามกฎหมายเดิมที่กำหนดให้กองทุนฟื้นฟูยังมีหน้าที่ดูแลสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน กรณีสถาบันการเงินมีความไม่มั่นคงทางการเงิน ไปจนถึงเดือน ส.ค. 2555 นั้น จนกว่าจะมี พ.ร.บ.ปิดกองทุนฟื้นฟู หรือมีหน่วยงานอื่นมาทำหน้าที่แทน







