
“เศรษฐา” ถก “จุลพันธ์” พรุ่งนี้ เร่งดิจิทัลวอลเล็ต เชิญ PTT หารือลงทุน ตปท.
นายกฯ ถก “จุลพันธ์” พรุ่งนี้ เร่งเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ปลื้มผลเจรจาเยือนศรีลังกา ลุล่วงด้วยดี เผย 2 ชาติเห็นโอกาสการลงทุนร่วมกัน เชิญ PTT หารือการลงทุนต่างประเทศ
เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีซูเปอร์โพล สำรวจพบประชาชนรอคอยโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,0000 บาท อยู่ว่า วันที่ 5 ก.พ.นี้ ตนจะหารือกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง แต่อย่างที่ตนเคยบอกไว้ว่าอยากเร่งรัด อยากจะรีบๆ ทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงต้องรอคำชี้แนะจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็คงต้องรอ และจะไปถามว่าจำเป็นต้องรอหรือไม่ รวมถึงไปดูอีกทีว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งต้องทำให้ถูกต้องด้วย อย่างที่ตนเรียนมาตลอดว่าเราเปิดกว้าง ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น เรามีการปรับเงื่อนไขต่างๆ ทราบว่าพี่น้องคอยอยู่ ในตอนลงพื้นที่ก็ได้ยินได้ฟังอยู่ และรัฐบาลมีความเชื่อว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเครื่องจักรอันใหญ่ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่า จะฝากอะไรไปถึงประชาชนที่รอคอยโครงการนี้อยู่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ก็จะทำ พยายามทำให้ดีที่สุด และทำให้เร็วที่สุด”
นอจากนี้ นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเยือนประเทศศรีลังกา ว่า ผลการเยือนสำเร็จลุล่วงดีมาก ซึ่งตนดีใจ เพราะว่าเป็นกลุ่มประเทศ เขตการค้าเสรี (FTA) ที่รัฐบาลเซ็นมาได้ในทุกมิติ ซึ่งก็ต้องขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศที่ทำงานหนัก โดยมีการหารือกับภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลศรีลังกา ซึ่งก็เห็นโอกาสในการที่ทั้งสองประเทศจะพัฒนาและสารความร่วมมือให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องมีเรื่องที่สานต่ออีกมาก
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนศรีลังกา ถือเป็นครั้งแรกของตน ซึ่งก็เหมือนทุกประเทศที่ตนไปมา คือ บอกว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเปิดรับการลงทุน รวมถึงต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ในส่วนที่พูดน้อยไปหน่อย คือ เรื่องศักยภาพของเอกชน หรือบริษัทใหญ่ๆ ของไทย รวมถึงรัฐวิสาหกิจ อาทิ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ที่มีศักยภาพสูงในการลงทุนข้ามชาติ โดยได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศศรีลังกาที่ต้องการพลังงานสะอาดที่มีเยอะ โดยมีหลายเขื่อนในประเทศที่สามารถทำระบบโซลาร์เซลล์ได้
โดยในวันพรุ่งนี้ตนจะเรียนเชิญ CEO และประธานกรรม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มาหารือว่าจะทำอย่างไร ในการลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีอีกหลายประเทศที่ต้องการเทคโนโลยีของไทย ที่เราอาจจะมีเยอะกว่าเขา ก็ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีในการสานต่อการลงทุนข้ามชาติ
นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า จะมีข่าวดีโดยในวันที่ 31 มี.ค.2567 ซึ่งการบินไทย ก็จะกลับมาเปิดเส้นทางบินไปยังประเทศศรีลังกาอีกครั้งหนึ่ง เพราะจากการพูดคุยกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องก็ทราบว่าในช่วงที่มีการบินอยู่ผู้โดยสารก็เต็มลำ วันนั้นก็หวังว่าจะสามารถสานสัมพันธ์ต่อได้
เมื่อถามว่าในแง่ของการลงทุนที่ศรีลังกา มีอุปสรรค หรือต้องการให้ทางการไทยช่วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มี ก็ขาดแคลนเพียงด้านเทคโนโลยี ขณะที่เรื่องของการประมงก็จะมีการหารือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล
ส่วนภาคเอกชนก็จะมีการพูดคุยกันเอง เพราะศรีลังกามีทรัพยากรทางน้ำเยอะมาก แต่วิธีการหรือเทคโนโลยีในการจับปลายังน้อยอยู่ ฉะนั้นถือเป็นช่องทางที่จะทำให้เอกชนไทยไปลงทุนได้ หรืออาจจะมีการพิจารณาตั้งโรงงานผลิตอาหารทะเลกระป๋องก็มีความเป็นไปได้สูง และหลังจากนี้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ก็จะเป็นผู้ดำเนินการต่อ







