
ยอดผลิตรถในไทยแตะ1.6ล้านคันทุบสถิติ50ปี
สรุปยอดขาย ยอดผลิตรถยนต์ในปี 2553 ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 50 ปี ยอดผลิตแตะ 1.6 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 8 แสนคัน
สรุปยอดขาย ยอดผลิตรถยนต์ในปี 2553 ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 50 ปี ยอดผลิตแตะ 1.6 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 8 แสนคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2553 ขยายตัวอย่างมาก ส่งผลให้เกิดตัวเลขสถิติใหม่ๆ สูงสุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยรอบ 50 ปีในหลายประเภท ประกอบด้วย ยอดการผลิตทั้งปีอยู่ที่ระดับ 1.64 ล้านคัน ยอดขายในประเทศเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 9.31 หมื่นคัน และยอดขายในประเทศทั้งปีอยู่ที่ 8 แสนคัน ซึ่งสถิติดังกล่าวถือเป็นตัวเลขที่ทำลายสถิติทั้งหมด
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดี รวมถึงราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูง การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น และผู้ผลิตได้ออกรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) จนเป็นที่พึ่งพอใจของผู้บริโภค
สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ทั้งปี 1.64 ล้านคัน แบ่งเป็นรถกระบะ 1 ตันกว่า 1 ล้านคัน รถยนต์นั่ง 5.54 แสนคัน รถบรรทุก 5-10 ตัน 2.36 หมื่นคัน รถยนต์โดยสารมากกว่า 10 ตัน 472 คัน ขณะที่ยอดขายในประเทศตลอดทั้งปีรวม 8 แสนคัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 3.46 แสนคัน เพิ่มขึ้น 50.7% รถกระบะ 3.87 แสนคันเพิ่ม 40.6%, รถบรรทุก 2.29 หมื่นคัน เพิ่ม 34.38%, รถยนต์นั่งตรวจการณ์ 1.59 หมื่นคัน เพิ่ม 82.3% และรถยนต์อื่นๆ 2.7 หมื่นคัน เพิ่ม 57.85%
"ยอดขายในประเทศเดือน ธ.ค. ที่สูงสุดประวัติศาสตร์ที่ 9.31 หมื่นคัน เนื่องจากในช่วงปลายปีค่ายรถยนต์เร่งทำยอดขายเพื่อปิดบัญชีในแต่ละปี รวมถึงราคาสินค้าเกษตรกรรม เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง มีราคาดีกันถ้วนหน้าทำให้ยอดขายรถกระบะสูงขึ้น ประกอบกับได้รับอานิสงค์จากงานมหกรรมยานยนต์ซึ่งมียอดจองสูงถึง 3.5 หมื่นคัน โดยเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากเพราะราคาถูก แถมประหยัดน้ำมันในช่วงที่ราคาน้ำมันแพงได้ด้วย"นายสุรพงษ์ กล่าว
ด้านการผลิตเพื่อส่งออก แบ่งเป็นการผลิตรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 7.1 หมื่นคัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.51% โดยมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด โดยเฉพาะ ตลาดอาเซียน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ทำให้มีมูลค่าส่งออกที่ 2.98 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 18.49% รวมทั้งปียอดผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 8.95 แสนคัน เพิ่ม 67.27% หรือสูงสุดในรอบ 24 ปี หรือตั้งแต่มีการส่งออกรถยต์เมื่อปี 2531 เป็นต้นมา มีมูลค่า 4.04 แสนล้านบาท เพิ่ม 61%
ขณะที่ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์สำเร็จรูปในปี 2553 อยู่ที่ 2 ล้านคัน เพิ่ม 23.9% โดยมียอดขายในประเทศ 1.58 ล้านคัน เนื่องจากเศรษฐกิจรากหญ้าขยายตัวในระดับที่ดี โดยเฉพาะอานิสงค์จากราคาพืชผลเกษตรดีและการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ส่วนยอดการส่งออกที่เป็นรถสำเร็จรูป ชิ้นส่วนประกอบมีมูลค่า 3.87 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 23.55%







