
คลัง ลุยรื้อใหญ่ภาษีมรดก เพิ่มรายได้รัฐ-ลดความเหลื่อมล้ำ
คลัง เร่งเครื่องปรับเกณฑ์ภาษีมรดกใหม่ ทั้ง “อัตรา-มูลค่าจัดเก็บ” เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ - สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ คาดแล้วเสร็จไตรมาส 1/67 เผยผ่านไป 5 ปีเก็บได้เพียง 800 ล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ส่งหลักการแก้ไขภาษีการรับมรดกซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่มอบหมายให้กรมสรรพากรไปศึกษาการปรับปรุงกฎหมายการจัดเก็บภาษีการรับมรดกเมื่อเดือนต.ค.2566 เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยการแก้ไขภาษีการรับมรดกจะส่งผลต่อให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษี และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม มากกว่าการเป็นกฎหมายที่มีขึ้นในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น
สำหรับขั้นตอนพิจารณาแก้ไขจากนี้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจะพิจารณาการปรับปรุงหลักการดังกล่าว เพื่อให้รมว.คลังเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2567 จากนั้นจะส่งรายละเอียดทั้งหมดกลับไปที่กรมสรรพากร เพื่อจัดทำร่างแก้ไขพ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป
ทั้งนี้ หลักการแก้ไขภาษีการรับมรดก คาดว่าจะปรับปรุงใน 2 ประเด็น คือ
1.มูลค่าการจัดเก็บภาษีการรับมรดกในส่วนที่มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาทต่อราย จะมีการปรับใหม่ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่ในการหลีกเลี่ยงภาษีได้ เช่น การกระจายการรับมรดกหลาย ๆ คน เพื่อไม่ให้จำนวนมรดกอยู่ในฐานที่ต้องเสียภาษี
2.อัตราการจัดเก็บภาษี ก็จะต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 5% และ 10% แต่ยังคงภาษี 2 อัตราสำหรับบุพการีหรือผู้สืบสันดานของผู้ส่งมอบมรดก และสำหรับผู้ที่ไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดานของผู้ส่งมอบมรดก
“จากข้อมูลพบว่าที่ผ่านมา 5 ปี มีการเสียภาษีรับมรดกราว 700-800 ล้านบาทถือว่าไม่สูงมาก เพราะเป็นภาษีกรณีเฉพาะคงไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเก็บรายได้เพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่การปรับปรุงการจัดเก็บใหม่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหลายประเทศ ซึ่งมีการเก็บในอัตราที่สูงกว่าไทยมากเฉลี่ยราว 30% เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จัดเก็บ 10-50%”
ขณะที่ทรัพย์สินมรดกที่เข้าข่ายต้องเสียภาษี อาทิ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ตราสารหนี้ เงินฝาก ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน ทรัพย์สินทางการเงิน ส่วนมรดกที่ไม่ต้องเสียภาษี เช่น เงินสด ทองคำ เครื่องเพชร พลอย ของสะสมของโบราณ และทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าจะยังคงไว้ตามเดิม







